เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังขึ้นมาจากใต้กำแพง
หวังชุยผิงก้มลงมอง เฮย์หู่กับเฮย์เป่ากำลังนั่งหมอบอยู่บนพื้น ดวงตาสีเขียวเรืองแสงสองคู่กลอกไปมาในความมืด เขี้ยวขาววาวโผล่พ้นริมฝีปาก เสียงคำรามต่ำ ๆ สั่นสะเทือนอยู่ในลำคอ
นางตกใจจนลำตัวท่อนบนพาดอยู่บนกำแพง ฝ่ามือแนบกับเศษกระจกที่แตกบาด เจ็บจนสั่นระริก
นางอยากยกมือออก ทว่าก้อนอิฐแดงใต้ฝ่าเท้าสั่นไหว จนแทบออกแรงไม่ได้
“โฮ่ง!”
จู่ ๆ เฮย์หู่ก็เงยหน้าขึ้น ส่งเสียงเห่ากรรโชกอย่างดุดัน
เสียงเห่านั้นก้องไปไกลท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน
จากนั้นเฮย์เป่าก็ถีบพื้นด้วยขาทั้งสี่ ร่างใหญ่ทะยานขึ้นกลางอากาศ อุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างตะปบลงบนด้านในของกำแพงอิฐแดงอย่างแรง กรงเล็บแหลมคมขูดไปตามร่องอิฐจนเกิดเสียงบาดหู
หวังชุยผิงจ้องปากสุนัขที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สมองขาวโพลนไปหมด
นางเอนตัวหงายไปข้างหลังตามสัญชาตญาณ มือทั้งสองคลายจากขอบกำแพง
“อ๊า!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนฉีกผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน
ร่างของหวังชุยผิงหงายหลังตกลงมาจากกำแพงสูง 2 เมตร
ด้านนอกกำแพงเป็นคูน้ำเน่าเหม็นที่ใช้ระบายน้ำเสีย ภายในเต็มไปด้วยโคลนเลนและเศษหิน
นางกระแทกลงไปในคูน้ำอย่างจัง น้ำโคลนสีดำกระเซ็นขึ้นเป็นวงกว้าง
ขณะที่ล้มลง ขวดแก้วสีเข้มที่อยู่ในอ้อมอกก็กระเด็นออกไป กระแทกกับก้อนหินริมคูน้ำจนแตกกระจายเสียงเพล้ง
ไอกรดฉุนแสบจมูกฟุ้งกระจายขึ้นมาทันที
กรดเข้มข้นในขวดกระเซ็นรดเสื้อบุนวมของหวังชุยผิง เสียงกัดกร่อนดังฉู่ ๆ พร้อมควันพิษสีขาวที่ลอยขึ้นมา
