ผลการทำนาย โจวตี้อ่านซ้ำไปซ้ำมาถึงสามรอบ
กระดาษแผ่นบาง มีถ้อยคำเพียงไม่กี่คำ ทว่าหนักอึ้งจนนางแทบถือไว้ไม่อยู่ สามพันโลกธาตุ ผ่านไปนับล้านปี ก็ไม่เคยเสียใจ
หากชาติหน้ามีจริง ข้าก็ยังอยากแต่งให้เสินอาหนิว
นางมีชีวิตมาสี่สิบห้าปี ในวังหลังมีหญิงงามมากมายดุจเมฆา ในราชสำนักยากจะแยกแยะขุนนางซื่อสัตย์กับขุนนางกังฉิน ทว่าไม่เคยมีถ้อยคำใดทำให้นางอึดอัดใจถึงเพียงนี้
“ฝ่าบาท นี่คือประสงค์สวรรค์พ่ะย่ะค่ะ” โจวเฮ่อคุกเข่าอยู่กลางตำหนัก เอ่ยเตือนเสียงแผ่ว
ประสงค์สวรรค์ อีกแล้วหรือ
โจวตี้พลันรู้สึกว่าคำสองคำนี้บาดหูยิ่งนัก ปีนั้นอดีตฮ่องเต้เชื่อในประสงค์สวรรค์ เชื่อคำกล่าวของราชครูที่ว่า “บุตรผู้นี้มีชะตาเป็นโอรสมังกร” ผลคือคอยระแวดระวังนางมาตลอดครึ่งชีวิต ท้ายที่สุดก็ยังหนีชะตาไม่พ้น
บัดนี้นางนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร กลับยังเชื่อในประสงค์สวรรค์ เชื่อคำทำนาย จนพัวพันวาสนาคู่ครองของเด็กบริสุทธิ์สองคนเข้าไปด้วย
นางโบกมือให้โจวเฮ่อออกไป ก่อนนั่งอยู่ในตำหนักเพียงลำพังเป็นเวลานาน เสียงจักจั่นนอกตำหนักร้องระงม ชวนให้คนหงุดหงิดใจ
ความคิดในหัวนางยุ่งเหยิง เดี๋ยวก็เห็นภาพเสินชิงหยาคุกเข่าอยู่ในราชสำนัก เดี๋ยวก็เห็นกระดาษแผ่นนั้นที่เขียนว่า “ไม่เคยเสียใจ” แล้วก็หวนเห็นเด็กหนุ่มเมื่อสิบปีก่อน ผู้ปีนออกมาจากกองศพ เลือดเปรอะเต็มร่าง
จู่ๆ นางก็อยากพบเสินชิงหยาเหลือเกิน
ไม่ใช่โหวหรงเจวี๋ย ไม่ใช่แม่ทัพเสิน แต่เป็นนกน้อยชิงเหนี่ยวของนาง
หลายปีมานี้ ระหว่างนางกับเสินชิงหยาในฐานะฮ่องเต้กับขุนนางมีสิ่งกีดขวางอยู่มากมาย ทั้งบัลลังก์มังกร ฉลองพระองค์ฎีกา รายงานศึกชายแดน ตลอดจนความหวาดระแวงและการหยั่งเชิงที่ยากจะอธิบาย
