ร่างงูยักษ์ห้อยอยู่เหนือหุบเหว บิดตัวไปมาไม่หยุด พยายามลากเขาลงไปด้วย แรงรัดที่ข้อเท้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลำต้นของต้นไม้เล็กเริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับกำลังจะหัก
“ไอ้เวร! ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!” หวังเอ่อร์โหงวคำราม ก่อนจะปล่อยมือข้างหนึ่ง เอาจอบเล็กที่เหน็บเอวออกมา แล้วโคจรพลังภายในฟาดใส่หางงูที่รัดข้อเท้าอย่างแรง
เขาฟาดลงไปสุดแรงเกิด คมจอบเล็กเฉือนผ่านเกล็ดงูจนเปิดเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดสีดำทะลักออกมาทันที
งูยักษ์เจ็บปวดจนส่งเสียงคำรามแหลมโหยหวน แรงรัดที่ข้อเท้าคลายลงฉับพลัน
หวังเอ่อร์โหงวฉวยโอกาสกระชากขากลับ หลุดจากพันธนาการของหางงู แล้วกลิ้งล้มลุกคลุกคลานหนีห่างจากขอบหุบเขา
เขาหันกลับไปมอง เห็นร่างงูยักษ์ดิ้นรนอยู่ในหุบเหวครู่หนึ่ง ก่อนจะร่วงลงสู่ก้นหุบเขาอันมืดมิด ทิ้งไว้เพียงเสียงคำรามที่ค่อย ๆ ไกลออกไป จนกลืนหายไปกับเสียงลม
หวังเอ่อร์โหงวนั่งแผ่หลาอยู่บนพื้น หอบหายใจถี่ ๆ ข้อเท้าแสบร้อน ส่วนฝ่ามือก็ถูกเปลือกไม้ขูดจนเลือดไหลอาบ
เขาก้มมองห่อผ้าป่านในอ้อมแขน โสมป่าที่มีอายุ 50 ปียังอยู่ครบถ้วน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของโสมลอยฟุ้งออกมา
พักอยู่ครู่ใหญ่ เขาจึงฝืนลุกขึ้น ยืนหาทิศทางให้แน่ใจ แล้วเดินกะเผลกออกจากป่า
แสงแดดลอดผ่านกิ่งไม้ลงมาอาบร่าง ช่วยคลายความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวไปได้บ้าง
เขารู้ดีว่าครั้งนี้ที่รอดออกจากป่าทมิฬมาได้ ไม่ได้อาศัยแค่โชคกับฝีมือ แต่ยังเป็นเพราะเคารพกฎเกณฑ์ด้วย—เขาไม่ได้โลภอยากได้ราชาโสมอายุร้อยปี เลือกเอาเพียงสิ่งที่ควรได้ จึงรอดตายมาได้
