“ดี ไอ้หนุ่ม ทองแท้อยู่ที่ไหนก็เปล่งประกาย
ลูกชายกับลูกสะใภ้ของฉันจัดหางานให้แกไว้แล้ว แต่แกก็ไม่ทำ ฉันรู้ว่าแกมีความคิดของตัวเอง
เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันจะไม่ฝืนรั้งแกไว้
แต่ถ้าต่อไปมีอะไรที่ต้องการ ก็มาหาฉันหรือคนในครอบครัวได้ทุกเมื่อ”
หลังแม่ทัพเฒ่าเซวียพูดจบ ก็ยื่นหมายเลขโทรศัพท์ให้หวังเอ่อร์โหงว
หวังเอ่อร์โหงวรับหมายเลขโทรศัพท์มาแล้วพยักหน้า “ได้ครับ คุณปู่เซวีย!”
สามีภรรยาเซวียหู่มีธุระมากมายในเมืองหลวงประจำมณฑล พอเห็นว่าคุณปู่ไม่เป็นอะไร ทั้งคู่ก็กลับไปก่อน
เซวียฉิงเองก็ไปทำงาน
วันรุ่งขึ้น หวังเอ่อร์โหงวลาคุณปู่เซวียแล้วเดินออกจากประตูบ้านตระกูลเซวีย
ระหว่างเดินอยู่บนถนน จู่ ๆ หวังเอ่อร์โหงวก็คิดขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้มีผู้หญิงตั้งมากมายในหมู่บ้านต้าเหมยที่เฝ้าคิดถึงเขา เขาน่าจะซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง จะได้ปลอบใจพวกเธอ
เขาเปิดถุงผ้าเพื่อหยิบเงิน แล้วก็พบว่าข้างในมีซองกระดาษเพิ่มขึ้นมาใบหนึ่ง ในซองมีบัตรอยู่หนึ่งใบ และยังเขียนรหัสบัตรไว้ด้วย
หวังเอ่อร์โหงวรู้ว่าบัตรใบนี้เซวียฉิงคงให้เขาตามที่พ่อแม่เธอบอก
เขาไปถอนเงินจากธนาคารมานิดหน่อย แล้วตรวจยอดเงินในบัตรดูด้วย ปรากฏว่ามีอยู่หนึ่งล้านหยวน
หวังเอ่อร์โหงวดีใจ ในเมื่ออีกฝ่ายมีเงิน ให้มาก็รับไว้สิ ใครจะกลัวมีเงินเยอะกันล่ะ?
หวังเอ่อร์โหงวซื้อของมาหลายถุงใหญ่ กว่าจะกลับถึงหมู่บ้านต้าเหมยก็เกือบสองทุ่มกว่าแล้ว
เขาก้มดูแม่กุญแจบ้านตัวเอง เห็นร่องรอยเหมือนถูกงัด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ใหญ่บ้านคิดว่าแผนของพวกเขาสำเร็จแล้ว
