“ใช่ แล้วทำไม?” พี่หู่มองหวังเอ่อร์โหงวอย่างดูแคลน
“ติดหนี้เท่าไร?” หวังเอ่อร์โหงวถามเสียงเย็น
พี่หู่หัวเราะเยาะ พ่นควันเป็นวง “รวมดอกเบี้ยแล้ว คนละ 1,000 สี่คนก็ 4,000
ทำไม? นายจะจ่ายแทนพวกมันหรือไง?”
“เงินต้นเท่าไร?” หวังเอ่อร์โหงวถามเสียงเย็นอีกครั้ง
“เงินต้นคนละ 500!” หวังเหล่าซานรีบตอบ
“พี่หู่ เงินต้น 500 แค่สามวันต้องคืน 1,000 ดอกเบี้ยโหดไปหน่อยไหม?” หวังเอ่อร์โหงวถามอย่างหยอกเย้า
หวังเหล่าซานรีบพยักหน้าหงึก ๆ “พี่เอ่อร์โหงว ที่พี่หู่พูดเป็นเรื่องจริง พวกเราติดหนี้แค่ 2,000 อีกสามวันต้องคืน 4,000 ไม่มีปัญญาจ่ายจริง ๆ ถึงได้คิดเสี่ยงทำเรื่องแบบนี้...”
“อะไรนะ ดอกเบี้ย 500 แค่สามวันยังว่าเยอะอีกหรือ?
ดอกเบี้ยของที่นี่คิดกันเป็นรายชั่วโมง ฉันก็เมตตาพวกแกมากแล้ว!” พี่หู่พูดโดยไม่แสดงสีหน้า
หวังเอ่อร์โหงวไม่สนใจเขา ล้วงธนบัตรใหม่เอี่ยมปึกหนึ่งจากกระเป๋าแล้วฟาดลงบนโต๊ะ ธนบัตรสีฟ้ากระจายออกมา มีอยู่ถึง 500 จากนั้นก็หยิบทองแท่งใหม่เอี่ยมหนักราวครึ่งกิโลขึ้นมา “ฉันขอพนันกับนายสักตา”
ในห้องพลันเงียบกริบ ทุกคนพากันตะลึงงัน
พี่หู่เลิกคิ้ว มองเขาราวกับเห็นคนโง่ “อยากพนันหรือ? พนันอะไรกัน?”
“ทอยเต๋า ฉันทายสูงหรือต่ำ ตาเดียวรู้ผล” หวังเอ่อร์โหงวพูดพลางชี้ไปยังถ้วยครอบลูกเต๋าบนโต๊ะ “ถ้าฉันชนะ ต่อไปนายห้ามมาหาเรื่องคนหมู่บ้านต้าเหมยอีก หนี้ของพวกเขาก็ถือว่าหักล้างกันไป
ต่อจากนี้ห้ามปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดให้พวกเขาอีก
