“ฮูหยินเฉิน นี่...”
“อย่าได้เกรงใจเลย เถี่ยต้านเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ระหว่างทางที่มา หากเจ้าไม่ได้คอยคุ้มครองเขา เกรงว่าคงตายไปแล้ว เงินนี่ถือเสียว่าเป็นค่าตอบแทนที่เสี่ยงชีวิต อย่าได้ปฏิเสธ”
ฮูหยินเฉินเอ่ยขัดคำพูดของเจียงสวิน
“...เช่นนั้น ขอบคุณฮูหยินเฉินมากขอรับ”
เจียงสวินประสานหมัดคารวะฮูหยินเฉิน
“เกรงใจไปแล้ว” ฮูหยินเฉินมองเจียงสวินแล้วยิ้มให้ “ไปกันเถอะเถี่ยต้าน กลับกันได้แล้ว”
“ขอรับ” หวังเถี่ยต้านพยักหน้า ก่อนหันมามองเจียงสวิน “ข้ากลับก่อนนะ ฮูหยินให้ข้าอ่านหนังสืออยู่ตลอด บอกว่าไม่แน่ว่าวันหน้าอาจได้ตำแหน่งเล็ก ๆ ในอำเภอผิงอัน”
“วางใจเถอะ ถึงตอนนั้นข้าไม่มีวันลืมพี่น้องอย่างเจ้าแน่ ส่วนจางเอ้อร์ เราสองคนจะทำให้มันไม่มีวันได้อยู่อย่างเป็นสุข!”
หวังเถี่ยต้านพูดจบก็รีบตามฮูหยินเฉินกลับไป คาดว่า...คงไปบำรุงร่างกายด้วยเขากวางอ่อนกระมัง
เจียงสวินมองแผ่นหลังของหวังเถี่ยต้านแล้วยิ้ม เขายังไม่รู้ว่าจางเอ้อร์ตายไปแล้ว
หลังจากมาถึงอำเภอผิงอัน เจียงสวินก็คอยฟังความเคลื่อนไหวรอบด้าน โดยเฉพาะยามมีมือปราบผ่านไป
ไม่มีใครพูดถึงเรื่องจางเอ้อร์
ดูท่าพวกเขาคงยังไม่รู้ว่าจางเอ้อร์ตายแล้ว
เมื่อเห็นเงินห้าสิบตำลึงในมือ เจียงสวินก็โล่งอกไปมาก
เงินก้อนนี้เป็นจำนวนที่คนมากมายอาจเก็บสะสมทั้งชีวิตก็ยังไม่ได้
ตอนนี้มีเงินก้อนนี้แล้ว เขาก็มีทางเลือก
จะอยู่ในหมู่บ้านต่อ แล้วซ่อมแซมบ้านสักหน่อย หรือพาเหยียนหรานกับพวกนางไปเช่าบ้านในอำเภอดี
...เมื่อนึกถึงว่าแหล่งรายได้หลักของเขายังคงเป็นสัตว์ป่าจากบนเขา เจียงสวินก็คิดว่าอยู่ด้านนอกหมู่บ้านน่าจะดีกว่า