เมื่อภาพหน้าจอระบบเลือนหาย เจียงสวินก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วร่าง
ยิ่งนานก็ยิ่งเจ็บ จนเขาลุกไม่ขึ้น ได้แต่ฟุบลงกับพื้น
“อึก... อ๊า... อ๊าก!”
หลังจากร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอยู่หลายครั้ง ร่างกายของเจียงสวินก็เริ่มสบายขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนสูงเพิ่มขึ้นถึง 10 เซนติเมตร
จากเดิมที่สูง 170 เซนติเมตร บัดนี้เขาสูงถึง 180 เซนติเมตรแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น กล้ามเนื้อที่เคยผอมลีบก็มีเนื้อมีหนังขึ้นเล็กน้อย
“นี่มัน...”
เจียงสวินมองแขนของตนเอง สีหน้าลำบากใจไม่น้อย หากกลับไปเช่นนี้ ฉินเยี่ยนหรานกับเหยียนเอ๋อร์ต้องสังเกตเห็นแน่ แล้วจะอธิบายกับพวกนางอย่างไรดี?
‘กลับไปค่อยว่ากัน ตอนนี้จัดการศพก่อน’
สิ่งสำคัญเร่งด่วนคือจัดการศพของจางเอ้อร์กับเด็กติดตามให้เรียบร้อย
ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นคนของทางการ หากมีใครพบศพเข้า คงสร้างปัญหาไม่น้อย
แต่ที่นี่เป็นป่าลึก การจัดการศพสองศพไม่ใช่เรื่องยาก
เจียงสวินลากศพทั้งสองเข้าไปในป่า โดยจับคนละข้าง
ในความทรงจำของเจียงสวิน มีศพอยู่ไม่น้อยตั้งแต่ตอนที่เขาเร่ร่อนมา ดังนั้นเมื่อเห็นศพในเวลานี้ เขาจึงไม่ได้รู้สึกสะเทือนใจนัก
เมื่อลากศพเข้าไปในป่าแล้ว เจียงสวินก็วางพวกเขาไว้ตรงจุดที่เคยพบฝูงหมาป่าก่อนหน้านี้
ด้วยประสาทรับกลิ่นที่เฉียบคมขึ้น เจียงสวินได้กลิ่นว่าหมาป่าหลายตัวนั้นยังวนเวียนอยู่แถวนั้น
ร่างของทั้งสองมีเลือดเปรอะเปื้อน ไม่นานฝูงหมาป่าก็คงตามกลิ่นคาวเลือดมา
เมื่อวางศพเรียบร้อย เจียงสวินก็ปีนขึ้นไปซ่อนตัวบนต้นไม้ทันที
ราวหนึ่งถ้วยชาให้หลัง หมาป่าหลายตัวก็ปรากฏขึ้นจากบริเวณโดยรอบจริง ๆ พวกมันเริ่มกัดกินศพของจางเอ้อร์กับเด็กติดตาม
เมื่อเห็นภาพนี้ เจียงสวินก็วางใจ ก่อนจะลงจากต้นไม้แล้วจากไป
“หืม?”
ระหว่างทางลงจากเขา เจียงสวินเห็นกวางตัวหนึ่งกำลังก้มดื่มน้ำอยู่ริมแม่น้ำ