“เหนื่อยหน่อยนะ ภรรยาข้า!”
อู๋ฉี่มองหลี่ฝูหลิงที่เหงื่อท่วมศีรษะด้วยแววตาอ่อนโยน
“เอ้อร์หนิวเขา... ข้าไม่มีหนทางจริง ๆ...” หลี่ฝูหลิงยังถือผ้าพันแผลเนื้อหยาบไว้ในมือ แววตาแฝงความอับจนหนทาง
“บาดแผลถึงตายเช่นนี้ จะโทษเจ้าได้อย่างไร...” อู๋ฉี่ลูบหลังภรรยาเบา ๆ พลางปลอบ “แล้วอีกสองคนนั่นเป็นอย่างไรบ้าง?”
สีหน้าหลี่ฝูหลิงดีขึ้นเล็กน้อย “เป็นเพียงบาดแผลภายนอกจากการง้างธนูมากเกินไป ข้าล้างด้วยน้ำเกลือแล้ว ทั้งยังใส่ยาแผลกระบี่ให้ พักสักสองสามวันก็คงหาย”
“ประเดี๋ยวข้าจะหาเหล้าแรง ๆ มาให้เจ้า น้ำเกลือล้างแผลยังไม่ดีพอ หากใช้เหล้าฆ่าเชื้อที่บาดแผล ก็จะป้องกันการติดเชื้อได้” อู๋ฉี่ครุ่นคิด
“ล้างแผล? ฆ่าเชื้อ? ติดเชื้อ? สามีพูดเรื่องอะไร ข้าฟังไม่เข้าใจ...” หลี่ฝูหลิงเอียงหน้าถาม
“แค่ก ๆ... ข้าเคยเรียนรู้จากหมอพเนจรคนหนึ่ง เขาบอกว่าใช้เหล้าแรงล้างแผลได้ผลดีกว่าน้ำเกลือ!” อู๋ฉี่รีบแก้ตัว
“จำไว้แล้ว ประเดี๋ยวข้าจะให้ท่านอาเฉียนไปซื้อเหล้ามาหลายไหที่ป้อมติ้งเปี้ยน” หลี่ฝูหลิงกล่าวอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
ระหว่างพูดคุย ทั้งสองเดินมาถึงเขตกระโจมทหารที่เพิ่งตั้งขึ้น ทหารหนุ่มหลายคนกำลังล้างคราบเลือดอยู่ด้านนอกกระโจม พอเห็นอู๋ฉี่เดินเข้ามา ต่างก็ลุกขึ้นยืนตรงและคำนับพร้อมกัน
“คารวะนายสิบ! คารวะพี่สะใภ้!”
ธรรมเนียมคารวะของกองทัพต้าโจวเรียบง่ายยิ่ง เพียงใช้หมัดขวาทุบอกซ้าย
อู๋ฉี่รับการคารวะ พลางโบกมือให้พวกเขานั่งลง “สังหารศัตรูครั้งแรก รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
เซวียกุ้ยผู้มีพื้นเพเป็นนายพรานกลืนน้ำลาย ก่อนตอบตามตรง “ตอนแรกกลัว ต่อมา... ต่อมาก็ไม่กลัวแล้ว เหมือนตอนข้าขึ้นเขาล่าสัตว์ เจอสัตว์ร้าย ขอเพียงยิงแม่นก็สังหารพวกมันได้เหมือนกัน!”
“ข้าไม่กลัว ปกติฝึกหนักกว่านี้เสียอีก” จางหู่กล่าวอย่างซื่อ ๆ “พี่อู๋... นายสิบ วันนี้ข้าสังหารตาตาร์ได้สองคน กลางคืนเพิ่มอาหารให้หรือไม่? ข้าอยากกินเนื้อตุ๋น!”
“ถูกต้อง ต่อไปพอสู้กับตาตาร์อีกก็ไม่ต้องกลัวแล้ว” อู๋ฉี่พยักหน้า “ทุกคนพักผ่อนเถิด คืนนี้เพิ่มอาหาร เป็นเนื้อตุ๋น!”
