ไม่กี่วันต่อมา มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย
อย่างแรกคือ ภายใต้การเรียกร้องของเว่ยอี้ เขาสอบภาคปฏิบัติใบขับขี่รอบสองก่อนเพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่เกินกว่าหลายช่วงตัว
แล้วก็สอบผ่าน!
เขายังอยากสอบต่อรอบสาม แต่ครูฝึกบอกว่ามีกฎข้อบังคับจากข้างบน
ว่าการสอบรอบสองกับรอบสาม ต้องมีช่วงเวลาห่างกันอย่างน้อยครึ่งเดือน
ก็เลยต้องรอไปสอบต้นเดือนหน้ากันใหม่
ต่อมาคือวันที่สิบสาม จดหมายตอบรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยสหพันธ์มาถึง
จัดส่งมาที่หมู่บ้านจือชุนตงหลี่ทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ ตอนเฉินซินอี๋แกะซองจดหมาย เธอตื่นเต้นไปกว่าเขาอีก
ก็แค่มหาวิทยาลัยธรรมดา ๆ แห่งหนึ่ง
แต่เธอทำเหมือนกับเป็นจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยชิงหัวหรือปักกิ่งยังไงยังงั้น
เธอส่งเข้าไปในกลุ่ม “ครอบครัวสุขสันต์” ก่อน
หลี่หงเจวียนตอบกลับมาทันทีเป็นรูปนิ้วโป้งสามอัน ส่วนเฉินข่ายเต๋อตอบว่า “ถึงมหาวิทยาลัยแล้วก็ตั้งใจเรียนนะ”
เธอยังถ่ายรูปลงโซเชียลส่วนตัวของตัวเองด้วย
จินชื่อหลินคอมเมนต์มาอย่างรวดเร็วว่า “อิอิ ฉันกำลังจะมีน้องใหม่แล้วสิ” จ้าวหมิ่น หลิวหยาง พวกเธอต่างพากันคอมเมนต์ ส่วนหลินซือเหยียนไม่ได้คอมเมนต์ แค่กดไลก์ให้
สองวันต่อมา
ฉวยจังหวะที่พี่สาวทั้งสองไปดูหน้าร้านซีฉาที่ย่านว่างจิง เว่ยอี้ก็ออกไปโรงงานจักรยานสองแห่งที่เขตทงโจวและเขตต้าซิงโดยลำพัง
แห่งหนึ่งรับผลิตจักรยานสำหรับใช้ในมหาวิทยาลัยให้กับแบรนด์อื่น เจ้าของโรงงานพอได้ยินเว่ยอี้เอ่ยปากขึ้นมาว่าจะสั่งจักรยานหนึ่งหมื่นคัน แม้จะยังสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ยังพาเว่ยอี้ไปดูสายการผลิตทั้งสามสาย
อีกแห่งมีขนาดเล็กกว่า แต่ราคาถูกกว่า สีสันและงานพ่นสีก็ด้อยกว่าเล็กน้อย
ทั้งสองแห่งได้ตัวอย่างสินค้าและใบเสนอราคามาแล้ว แผนเบื้องต้นคือจะผลิตทดลองสองร้อยคันในชุดแรก
