เจียงหลิงชวนเอียงศีรษะ สายตาพลันสบเข้ากับใบหน้าขาวผ่องงดงามเบื้องหน้า
เส้นผมสั้นบริเวณหน้าผากของนางเปียกชื้นเพราะสายฝน ยิ่งขับให้ใบหน้าดูใสกระจ่าง ดวงตาคู่นั้นยิ่งดำขลับเป็นประกาย
ถังอวี้คลี่ยิ้มบาง เอ่ยว่า
“นายท่านรอง ฝนตกหนักขึ้นแล้ว กลับเรือนกันเถิดเจ้าค่ะ”
เจียงหลิงชวนมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างล้ำลึก
มองขนตาที่เกาะพราวด้วยหยาดน้ำ มองปลายจมูกที่แวววาว มองใบหน้ากลมกลึงใสกระจ่าง มองรอยยิ้มอ่อนโยนของนาง
ท้ายที่สุด เขาก็หลุบตาลง ไม่กล่าวสิ่งใด ก่อนหมุนกายสาวเท้ามุ่งหน้าไปยังหานอูหยวน
ถังอวี้ถอนหายใจโล่งอก แล้วเดินตามหลังเขาไปเงียบ ๆ
ว่ากันตามจริง ยามนี้นางไม่ควรเข้าไปพัวพันกับเจียงหลิงชวนมากเกินไป
แต่ภาพเมื่อครู่กลับทำให้ถังอวี้รู้สึกขมปร่าในอกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
ภายในเรือนเต็มไปด้วยบรรยากาศครื้นเครงสุขสันต์ ทว่าด้านนอกกลับอึมครึม เงียบเหงาและเย็นเยียบ
ชุดปลาเหินที่เปียกชุ่มแนบติดกายเขา น้ำฝนไหลหยดจากปลายผมลงมา ความเย็นชาแข็งกร้าวและหยิ่งทะนงที่มีเป็นปกติเลือนหายไปหมดสิ้น ยามนี้เขาดูราวกับ...สุนัขตัวใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้กลางสายฝน
ช่างเถิด ถือเสียว่าช่วยเหลือสัตว์จรจัดก็แล้วกัน!
เมื่อกลับถึงหานอูหยวน นางก็รีบจัดการต้มน้ำร้อนเต็มหม้อใหญ่อย่างคล่องแคล่ว
นางเทน้ำลงในถังอาบ ไอร้อนอบอวลกระจายไปทั่ว ช่วยขจัดความหนาวเย็นได้บ้าง
ผมกับชายเสื้อของนางเปียกเพียงเล็กน้อย ส่วนอื่นยังแห้งสนิท
ไม่เหมือนเจียงหลิงชวนที่เปียกโชกไปทั้งตัว เย็นจนถึงขั้วหัวใจ จำต้องแช่น้ำอุ่นให้ดี
หากเขาล้มป่วยขึ้นมา คนที่ต้องวุ่นวายก็คือนางน่ะสิ!
“นายท่านรอง เตรียมน้ำไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
เจียงหลิงชวนถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก แล้วหย่อนตัวลงแช่ในน้ำร้อน หลับตานิ่ง ยังคงไม่เอ่ยคำใด
