ไม่ใช่ล่ะ! ฉันดันนอนกับคู่หมั้นของฉันเอง

บทที่ 4 ถ้าเจ็บก็บอกฉันนะ

8 นาที· 1.8K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 4 ถ้าเจ็บก็บอกฉันนะ

จูบของเผยหวยจิ่นอ่อนโยนมาก ไม่เหมือนที่เสิ่นชิงอวี๋จินตนาการไว้เลย

เธอนึกว่ามันจะเร่าร้อน แย่งชิง แบบในหนังที่เคยดู แต่เขาไม่ใช่ เขาจูบช้า ๆ อ่อนโยน เหมือนกำลังยืนยันอะไรบางอย่าง หรือไม่ก็กำลังรอให้เธอเปลี่ยนใจ

หัวใจของเสิ่นชิงอวี๋เต้นเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากลำคอ แต่เธอก็ไม่ได้เปลี่ยนใจ เธอหลับตาลง รับรู้ถึงริ้วรอยทุกส่วนบนริมฝีปากของเขาได้อย่างชัดเจน

ที่แท้การจูบก็รู้สึกอย่างนี้นี่เอง เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย

ตลอดยี่สิบหกปี เธอไม่เคยคบใคร ไม่เคยรู้ว่าจูบแล้วรู้สึกอย่างไร

แต่ตอนนี้เธอรู้แล้ว มันคือความรู้สึกซ่าซ่านที่ไหลจากปลายประสาทไปทั่วทุกอณูร่าง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าเล็ก ๆ วิ่งแล่นไปมาใต้ผิวหนัง ทำให้ตัวเธออ่อนยวบทั้งตัว

ก็ดีเหมือนกันนะ เธอคิดเงียบ ๆ ในใจ ไม่น่าแปลกใจที่คู่รักทั้งหลายชอบจูบกัน ที่แท้เป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก อยากหลับตา อยากแนบชิด อยากให้ช่วงเวลานี้ไม่สิ้นสุด

เผยหวยจิ่นพบว่าหัวใจของตัวเองเต้นเร็วกว่าที่คาดไว้มาก ซึ่งทำให้เขารู้สึกไร้สาระ

บนโต๊ะเจรจาที่ต้องรับมือกับสัญญามูลค่าหลายหมื่นล้าน หัวใจเขาเต้นสม่ำเสมอ บนที่ประชุมกรรมการที่เผชิญข้อกังขาจากผู้ถือหุ้นสิบกว่าคน เขาก็ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้า ในงานสังคมที่ต้องเจอผู้หญิงเสนอตัว เขาก็ไม่ปริบตา เขาคิดว่าหัวใจตัวเองจะไม่เต้นแรงเพื่อสิ่งใดอีกแล้ว

แต่ตอนนี้ หัวใจของเขากลับเต้นเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

เขาไม่เคยจูบใครมาก่อน ไม่เคยพบผู้หญิงคนไหนที่ทำให้เขาอยากจูบ พวกที่วิ่งเข้ามา เกาะแกะเข้ามา เขาไม่แม้แต่จะมอง ไม่ต้องพูดถึงการเอาริมฝีปากไปแตะ

แต่คืนนี้เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ริมฝีปากของเธอนุ่มกว่าที่คิด หวานกว่าที่คิด จูบแล้วรู้สึกดีเหลือเกิน

เขาอยากใช้แรงมาก ๆ ร่างกายของเขากำลังเรียกร้องให้เขาจูบให้ลึกซึ้งขึ้น ให้เธอรู้ว่าจูบที่แท้จริงเป็นอย่างไร ตัณหาของเขาลุกโชนแล้ว เริ่มจากริมฝีปาก แล้วไหลลงไปเรื่อย ๆ จนท้องน้อยเกร็งแน่น จนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ

แต่เขาไม่ทำ เขากลัวจะทำให้เธอตกใจ

เธอบอกว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอ ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นอย่างเดียว—เขาสัมผัสได้จากปฏิกิริยาของเธอ แม้แต่การจูบเธอก็ยังเป็นครั้งแรก ริมฝีปากของเธอไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไร ลมหายใจของเธอไม่รู้ว่าจะปรับตัวอย่างไร มือของเธอไม่รู้ว่าควรวางตรงไหน เธอเหมือนกระดาษขาว สะอาดบริสุทธิ์ ไม่เคยมีอะไรเขียนลงไป

เขาไม่อยากขีดเขียนยุ่งเหยิงลงไป

แต่เขากำลังอดกลั้น

นิ้วของเขาพันอยู่ในเส้นผมของเธอ ข้อนิ้วเกร็งขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจของเขาหนักกว่าปกติมาก แต่เขาควบคุมไว้ ไม่ให้ลมหายใจร้อนผ่าวกระทบใบหน้าเธอแรงเกินไป ร่างกายของเขาเกร็งแน่นเหมือนคันธนูที่ถูกดึงเต็มที่ กล้ามเนื้อทุกมัดออกแรง แต่เขายันตัวเองไว้ ไม่ให้กดลงไป

เขาอยากจูบไปนาน ๆ

ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ตอนนั้นตัวเขาเองก็สะดุ้งไปครู่หนึ่ง เขาไม่เคยเป็นคนที่หลงใหลในสิ่งใด แต่ตอนนี้ เขากลับอยากจูบเธอไปนาน ๆ อยากยืดช่วงเวลานี้ให้ยาวนานเหลือเกิน นานจนจูบนี้ไม่มีวันสิ้นสุด

แล้วโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

เสียงเรียกเข้าที่ดังแทรกขึ้น ท่ามกลางห้องที่เงียบงันทำให้เสิ่นชิงอวี๋ตกใจ เธอผวาถอยกลับไปโดยไม่รู้ตัว

เผยหวยจิ่นชะงักไป เขาหยุด

เสิ่นชิงอวี๋มองดวงตาคู่นั้นที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สมองของเธอขาวโพลนไปหมด เขาก็กำลังมองเธอเช่นกัน ในดวงตาที่เย็นชาคู่นั้น ในที่สุดก็มีสิ่งอื่นแทรกเข้ามา—ตัณหา

เผยหวยจิ่นยืดตัวขึ้น แขนเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงที่กำลังรบกวนพวกเขาอยู่

เขาหยิบขึ้นมามองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า เป็นคนขับรถ โจว แก่ เขากดรับ น้ำเสียงเรียบเฉย «ไม่ต้องรอแล้ว กลับไปเถอะ พรุ่งนี้เช้าผมจะโทรไป แล้วคุณค่อยมารับ»

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

«ครับ ท่านประธานเผย»

วางสาย

หน้าโรงแรม คุณโจวเก็บโทรศัพท์ จ้องมองประตูโรงแรมอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา

«ท่านประธานเผย» เขาพูดกับตัวเองพลางสตาร์ทรถ «ในที่สุดคุณก็เข้าใจสักที»

เขาเป็นคนขับรถให้เผยหวยจิ่นมาสามปีแล้ว

สามปีที่ผ่านมา เขาเห็นเผยหวยจิ่นเข้าสังคมจนถึงตีสองแล้วยังขอให้ไปส่งตัวเองที่บ้าน เห็นเผยหวยจิ่นปฏิเสธผู้หญิงที่เสนอตัวเข้ามาคนแล้วคนเล่า—มีทั้งที่คู่ค้าส่งมาให้ ลูกสาวหุ้นส่วน ดารานางแบบที่เข้าหาถึงตัว ทุกรูปแบบ

แต่เผยหวยจิ่นไม่เคยมองเป็นครั้งที่สอง

ครั้งหนึ่งในงานเลี้ยง มีเจ้านายคนหนึ่งยัดเยียดเด็กสาวให้เผยหวยจิ่น แล้วพูดว่า «ผู้ชายน่ะ มีความต้องการก็เป็นเรื่องปกติ» เผยหวยจิ่นไม่พูดอะไรสักคำ แค่วางตะเกียบลง แล้วมองเจ้านายคนนั้นแวบหนึ่ง

หลังจากนั้นสัญญาของเจ้านายคนนั้นก็เป็นอันล่มไป

คุณโจวคิดมาตลอดว่า คนอย่างเผยหวยจิ่น คงไม่ต้องการผู้หญิงแล้วกระมัง

แต่เมื่อกี้ โทรศัพท์นั้น...

รถแล่นออกจากหน้าโรงแรมอย่างช้า ๆ หลอมรวมเข้ากับกระแสรถยามดึกของซานฟรานซิสโก

คุณโจวมองตึกโรงแรมที่ไกลออกไปเรื่อย ๆ ผ่านกระจกมองหลัง จิตใจดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

เด็กสาวคนนั้นเขาเห็นแวบหนึ่ง ดูมึนเมา แต่หน้าตาสะสวย ท่าทางน่ารัก แต่งตัวภูมิฐาน ดูไม่ใช่พวกไม่ดี

ขอให้เป็นเด็กดีเถอะ

——

ภายในห้องพักโรงแรม เผยหวยจิ่นวางโทรศัพท์ เขาอดกลั้นไม่ไหวอีกแล้ว

เขาก้มลง จูบเธออีกครั้ง

คราวนี้ไม่อ่อนโยนอีกแล้ว

เธอหายใจไม่เป็น จนเริ่มหอบไม่ทัน จึงใช้มือดันเขา เขาคลายออกเล็กน้อย เสิ่นชิงอวี๋สูดลมหายใจเข้าใหญ่ แล้วเขาก็จูบลงมาอีก

ไม่รู้ว่าจูบกันนานแค่ไหน กว่าเขาจะปล่อยเธอ

เธอนอนหอบอยู่บนเตียง ดวงตาเปียกชื้น ริมฝีปากแดงก่ำ มองเขา

เขาโน้มตัวอยู่เหนือเธอ มองเธอ

«เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างล่าง เธอพูดว่าอะไรนะ» เขาถาม น้ำเสียงต่ำ

สมองของเสิ่นชิงอวี๋ยังมึนงง «อะไรนะ»

«บอกว่าฉัน—» เขาชะงักไป มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย «ไม่เอาไหน»

ใบหน้าของเสิ่นชิงอวี๋แดงวาบขึ้นมาทันที

เธออยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ก้มลงอีกครั้ง จูบลงบนลำคอของเธอ

ริมฝีปากของเขาร้อนผ่าว แตะลงบนผิวเธอ กระตุ้นความสั่นสะท้านขึ้นมา แล้วเขาก็เอื้อมมือไปปลดสายคาดของเสื้อคลุมอาบน้ำเธอ

เธออยากยกมือขึ้นกันโดยไม่รู้ตัว กลับถูกเขาจับข้อมือกดไว้

«อยู่นิ่ง ๆ» เขาพูด เสียงแหบพร่าอย่างไม่น่าเชื่อ

เธอหยุดนิ่ง

เขาจูบเธออย่างแรง ราวกับจะฉีกกินเธอทั้งตัว นิ้วของเธอกำแน่นอยู่บนผ้าปูที่นอน ข้อนิ้วซีดขาว ลมหายใจยิ่งสับสน

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาเงยหน้าขึ้น มองเธอ

เธอนอนอยู่ตรงนั้น ดวงตาเปียกชื้น ใบหน้าแดงก่ำไม่น่าเชื่อ ริมฝีปากถูกตัวเองกัดจนซีด

เขาเอื้อมมือออกไป นิ้วหัวแม่มือกดลงบนริมฝีปากเธอ ปัดเบา ๆ ปลดปล่อยริมฝีปากล่างที่เธอกัดอยู่

«ไม่ต้องอัดอั้น» เขาพูด น้ำเสียงต่ำ «ที่นี่มีแค่เธอกับฉัน»

แล้วเขาก็ยืดตัวขึ้น ดึงผ้าขนหนูออก

สายตาของเสิ่นชิงอวี๋เลื่อนต่ำลงเล็กน้อย แล้วก็หลบไปอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นแรงราวจะระเบิด

เขาโน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งยันไว้ข้างศีรษะเธอ แล้วมืออีกข้างจับคอเธอเบา ๆ เขาอยู่ใกล้เธอมาก ใกล้เสียจนลมหายใจของเธอกับเขาพันเกี่ยวกัน

«มองฉัน»

เธอเงยหน้าขึ้น สบตากับเขา ในดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยตัณหา

«ถ้าเจ็บก็บอกฉันนะ» เขาพูด

เธอพยักหน้าเบา ๆ

แล้ว—

เธอก็ร้อง «อา» ออกมา

เจ็บจัง

เล็บของเธอจมลงไปในผิวเนื้อของเขา

เขาหยุด

«เจ็บเหรอ» เขาถาม เสียงแหบพร่าอย่างไม่น่าเชื่อ หน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กซึมออกมา

เธอมองเขา ขอบตาแดงก่ำ พยักหน้า

เขามองเธอ เงียบไปหนึ่งวินาที

แล้วเขาก็จูบเธอ จูบนั้นช่วยเบี่ยงเบนความเจ็บปวดของเธอไปบ้าง

จากนั้นเขาก็ช้ามาก เบามาก กลัวจะทำให้เธอเจ็บ

เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ รู้เพียงว่าความเจ็บค่อย ๆ จางไป ความรู้สึกอีกอย่างเริ่มผุดขึ้นมา

ความรู้สึกนั้นแปลกหน้ามาก แต่เหมือนก็ดีอยู่

เธอเริ่มตอบสนองเขาโดยไม่รู้ตัว นิ้วของเธอเลื่อนจากแขนของเขาไปยังแผ่นหลัง ปลายนิ้วลากผ่านสันหลังเขา ทิ้งรอยแดงจาง ๆ ไว้

ลมหายใจของเธอสับสน

แล้วตรงหน้าเธอก็สว่างวาบเป็นสีขาว

เธอควบคุมไม่ได้ เปล่งเสียงที่ทำให้ตัวเองอับอายออกมา นิ้วของเธอกำแผ่นหลังเขาแน่น เล็บจมลงในผิวเนื้อ น้ำตาไหลเต็มใบหน้า

เขาจูบซับน้ำตาของเธอ

แล้วเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดไว้แนบอก ทำต่อไป

เสิ่นชิงอวี๋คิดอย่างเลือนรางว่าเขาทำต่อได้ยังไง แถมยัง... ขนาดนั้นอีก

ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว เสิ่นชิงอวี๋เหนื่อยเต็มทน

«ไม่เอาแล้ว... ฉันไม่เอาแล้ว...»

«ตอนนี้บอกว่าไม่เอา สายไปแล้ว» เผยหวยจิ่นกระซิบข้างหูเธอ

«เชื่อฟังหน่อยนะ อีกครั้ง...»

เสิ่นชิงอวี๋รู้เลือนลางว่าเขาพลิกตัวเธอ กอดเธอจากด้านหลัง แล้วกัดติ่งหูเธอ บอกให้เธอเชื่อฟังหน่อย

และตอนช่วงสุดท้าย เขากอดเธอแน่น แน่นเสียจนเหมือนจะบดเธอให้กลืนเข้าไปในกระดูก

นานต่อมา เสิ่นชิงอวี๋ตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่งอย่างมึนงง

ในห้องมืดมาก เธอนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าฝังอยู่บนอกเขา ได้ยินเสียงหัวใจเขา เต้นหนัก มั่นคง ทีละครั้ง

มือของเขายังวางอยู่บนเอวเธอ

เธอเงยหน้าขึ้น อยากมองดูใบหน้าเขา

แต่มันมืดเกินไป มองไม่เห็นอะไรเลย เห็นเพียงโครงหน้าที่พร่ามัว—เบ้าตาลึก สันจมูกเป็นสัน คางแหลมคม

เธอจ้องมองใบหน้าที่พร่ามัวนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหนังตาก็เริ่มปิดลง หลับไปอีกครั้ง

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com