เฉินหรงตาแดงก่ำเอ่ยว่า “ทางบ้านเรา ไม่มีทางยอมรับการแต่งงานครั้งนี้เด็ดขาด ฉันไม่มีวันยกลูกสาวให้คนที่เคยติดคุกหรอก”
เจียงเมิ่งเหยียนหัวเราะเยาะ “ท่านอา เรื่องนี้ท่านปู่เป็นคนอนุญาต หรือท่านกล้าขัดคำสั่งท่านผู้เฒ่างั้นหรือ”
“แล้วก็ เย่เฟิงเป็นนักโทษมากมลทิน มีแต่ไอ้เสนียดจัญไร มาตรงนี้ก็จะได้มาสะเดาะเคราะห์ให้หว่านเอ๋อพอดี เผื่อจะหายซื่อซ่าไม่รู้เรื่องรู้ราวไปเลย”
คำพูดอาฆาตแค้นร้ายกาจทำให้เฉินหรงเดือดดาล “เจียงเมิ่งเหยียน ที่ผ่านมาเจ้าก็ริษยาหว่านเอ๋อของข้าตลอด”
“ตอนนี้นางกลายเป็นแบบนี้ เจ้ายังไม่คิดปล่อยนางอีก เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า”
เจียงเมิ่งเหยียนหัวเราะเหยียด ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
นางเคยริษยาเจียงหว่านเอ๋อยิ่งนัก ทุกอย่างล้วนเหนือกว่านางสิบเท่าไม่หยุด
แต่ตอนนี้ทุกอย่างพลิกกลับตาลปัตร นางต่างหากที่เป็นหญิงงามล้ำเลิศ ผู้สูงส่งที่สุดในตระกูลเจียงและเมืองจงไห่
ส่วนบรรดาแขกเหรื่อต่างพากันซุบซิบนินทา เห็นว่าครอบครัวเจียงหว่านเอ๋อเป็นตัวตลกของตระกูลเจียง เป็นความอัปยศของตระกูลใหญ่ในจงไห่
ตระกูลผู้ดีมีหน้ามีตากลับหาไอ้นักโทษมาเป็นเขยแต่งเข้าบ้าน พูดออกไปใครได้ยินก็ต้องขำฟันร่วง
ตอนนั้นเอง เย่เฟิงก็เอ่ยเสียงเย็นว่า “เจียงเมิ่งเหยียน พอได้แล้วมั้ง รังแกคนอ่อนแอที่กำลังป่วย เจ้าคิดว่าตัวเองแน่มากหรือไง”
เจียงเมิ่งเหยียนยิ้มเยาะ “เป็นอะไรไป ไม่พอใจงั้นรึ”
“โอ๊ะ เย่เฟิง ยังไม่ทันข้ามเข้าบ้านเลยนะ ก็เริ่มทะนุถนอมเมียซะแล้ว”
“หรือว่ารักแรกพบ ตกหลุมรักพี่สาวลูกพี่ลูกน้องสมองเสื่อมของฉันเข้าจริงๆ”
เย่เฟิงแววตาเย็นชา “ข้าพูดแค่ครั้งเดียว ต่อจากนี้ เจ้าอย่าได้มารังแกคุณหนูหว่านเอ๋อกับครอบครัวนางอีก”
“ไม่เช่นนั้น ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
เจียงเมิ่งเหยียนสีหน้าเคร่งเครียด “เย่เฟิง เจ้าบังอาจนัก กล้าข่มขู่ข้า”
ส่วนสามีภรรยาเฉินหรงกับเจียงเหวินค่อนข้างประหลาดใจ
ไม่คิดว่าเย่เฟิงที่เป็นแค่ไอ้นักโทษคนหนึ่งจะมีความซื่อตรงถึงเพียงนี้ กล้าออกหน้าปกป้องลูกสาวของพวกตน
มองดูเจียงหว่านเอ๋อที่งดงามดั่งดอกกล้วยไม้กลางหุบผาลึก แต่กลับซื่อซ่าอยู่เบื้องหน้า ในที่สุดเย่เฟิงก็ยิ้มออกมา
สวรรค์ช่างมีพระคุณต่อเขายิ่งนัก
เพิ่งออกจากคุก ก็ได้พบกับหญิงสาวผู้มีความหมายพิเศษต่อตนคนนี้
นั่นคือช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดหลังจากเย่เฟิงถูกจับขังในเรือนจำหญิง ทุกวันจะมีพวกชอบหาเรื่องมาท้าตีท้าต่อย รังแกจนหัวร้างข้างแตก
ตอนนั้นเจียงหว่านเอ๋อมาทำงานการกุศลที่เรือนจำหญิงพอดี มาเยี่ยมปลอบโยนเหล่านักโทษ
เมื่อเห็นสภาพอันน่าอเนจอนาถของเย่เฟิง นางก็โกรธกริ้ว เดินไปตักเตือนนักโทษคนอื่นว่า ต่อไปถ้าใครยังกล้ารังแกเย่เฟิงอีก ก็เท่ากับมารังแกคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียงอย่างนาง
จากนั้นก็ลงมือทำแผลให้เย่เฟิงด้วยตนเอง เย่เฟิงยังจำมาจนถึงบัดนี้ ภาพแรกเห็นเจียงหว่านเอ๋อ นางมีโฉมสะคราญล่มเมือง และแววตาที่เปี่ยมด้วยความสงสารเห็นใจเมื่อมองมาที่เขา
แม้ว่าคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียงผู้มีจิตใจงดงามจะเห็นใครถูกข่มเหงก็ยื่นมือเข้าช่วยเสมอ
แต่หลังจากครั้งนั้น เย่เฟิงก็จารึกชื่อของหญิงสาวผู้นี้ลงในใจลึกๆ
ในตอนนั้น เย่เฟิงไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของเจียงหว่านเอ๋อ แต่ก็ตั้งปณิธานแล้วว่า หากมีโอกาสพบกันอีก เขาจะต้องเอ่ยคำขอบคุณด้วยตัวเอง
ลูกผู้ชายใหญ่ยิ่ง ได้รับพระคุณช่วยชีวิตเพียงครั้งเดียว ก็ต้องตอบแทนดังกองบุญคุณท่วมฟ้า
แล้วไฉนเลยกับคุณพระคุณเจ้าอย่างเจียงหว่านเอ๋อที่ตอนนี้กลายเป็นคนซื่อซ่าไปแล้ว
เย่เฟิงเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ย่อมไม่มีทางนิ่งดูดาย
และตัวเขาเองที่เป็นผู้บำเพ็ญเซียนลึกลับ มีวิชาแพทย์อันหาตัวจับยาก จะทำให้เจียงหว่านเอ๋อฟื้นตัวหายดีไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
“เย่เฟิง เจ้านี่ใจร้อนเสียจริงนะ ดูท่าแล้วการได้มาเป็นเขยเข้าสกุลตระกูลเจียงของพวกฉัน อยู่ใกล้ฉันเข้าไปอีกนิด ทำให้เจ้ามีความสุขนักใช่ไหม”
เมื่อเห็นท่าทางดีอกดีใจของเย่เฟิง เจียงเมิ่งเหยียนก็หงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกว่าเย่เฟิงยังคิดจะตอแยนางอยู่
ข้างๆ มีชายหนุ่มในชุดสูทผูกไทด์ผู้หนึ่งก้าวออกมา เขาพลอยยิ้มกวนประสาทกล่าวว่า “เมิ่งเหยียน ไอ้นักโทษคนนี้ยังฝันว่าคางคกจะกินเนื้อหงส์อยู่อีก”
“แต่น่าเสียดาย เธอกลายเป็นดอกฟ้าที่มีเจ้าของแล้ว ฮ่าๆ”
เย่เฟิงกวาดสายตาเย็นเยียบไปทางนั้น เจียงเมิ่งเหยียนจึงเชิดหน้าขึ้นเบาๆ แล้วคล้องแขนชายหนุ่ม อวดโอ่ขึ้นว่า “เย่เฟิง ตอนที่เพิ่งเข้าคุกไม่นาน ฉันกับคุณชายจ้าวก็รักกันแล้ว”
“ตอนนั้นฉันเด็กเกินไปจึงไปเลือกคนไม่มีดีสักอย่างอย่างเจ้า แต่คุณชายจ้าวที่มีพื้นเพมั่งคั่งคือคู่ที่เหมาะสมกับฉันต่างหาก หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ”
คุณชายจ้าวผู้นี้มีนามว่าจ้าวผิงคัง ปีนั้นก็คือเขานี่เองที่มาเกี้ยวเจียงเมิ่งเหยียน แล้วถูกเย่เฟิงฟาดหัวแตก
ตระกูลจ้าวในจงไห่ก็เป็นตระกูลใหญ่ไม่แพ้กัน ใช้เส้นสายวิ่งเต้นเสร็จสรรพ ก็จัดการยัดเย่เฟิงเข้าเรือนจำหญิง ซ้ำยังเล่นงานชนิดเอาให้ตาย
เย่เฟิงไม่เคยคาดคิดเลยว่าเจียงเมิ่งเหยียนจะต่ำทรามถึงขั้นนี้ เลือกมาคบหากับคนที่ล่วงเกินนาง
แต่ก็ไม่สำคัญแล้ว คู่ชั่วตัวดีคู่นี้สำหรับเขาในตอนนี้ ก็เป็นดั่งขี้หมูราขี้หมาบนถนน
“เจ้าจะคิดยังไงก็เรื่องของเจ้า ข้าไม่สนใจของต่ำช้าอย่างเจ้ามานานแล้ว”
“ตอนนี้รบกวนพวกเจ้าสองคนหลีกไปด้วย ข้าจะพาภรรยาของข้ากลับบ้าน”
ท่ามกลางสีหน้าถมึงทึงของเจียงเมิ่งเหยียน เย่เฟิงก็เดินเข้าไปคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเจียงหว่านเอ๋อที่ดวงตาไร้แววว่างเปล่า
“คุณหนูหว่านเอ๋อ ข้าคือเย่เฟิง รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้แต่งกับท่าน”
เฉินหรงตวาดลั่นว่า “เจ้าอย่าแตะต้องตัวลูกสาวพวกเรา”
เจียงเมิ่งเหยียนและคนอื่นๆ ก็สวมสีหน้ายิ้มเยาะเย้ยถากถาง
เจียงหว่านเอ๋อแม้จะซื่อซ่าไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นบุตรีตระกูลสูงศักดิ์ผู้เพียบพร้อมแห่งสกุลเจียง
เย่เฟิงอันธพาลต่ำต้อยคนหนึ่ง จะมีปัญญาอะไรไปพูดจาหว่านล้อมให้เจียงหว่านเอ๋อยอมตาม
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนทั้งงานตาค้างไปตามๆ กัน
คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียงที่เอาแต่ซื่อซ่าเหม่อลอย ไร้เสียงตอบรับใดๆ มาตลอด หันมาปรือตามองเย่เฟิงด้วยความสนใจใคร่รู้
“คนคนนี้รู้สึกว่า... ข้าเคยรู้จัก”
“เมื่อครู่ท่านว่าไงนะ จะแต่งงานกับข้าหรือ”
เย่เฟิงพยักหน้าหนักแน่น “ขอรับ คุณหนูหว่านเอ๋อ เย่เฟิงอยากแต่งกับท่าน จะแน่วแน่จงรักไปชั่วชีวิต”
เจียงหว่านเอ๋อชะงักไปนิด แล้วยกมือเล็กๆ ขาวเนียนดุจหยกขึ้นตบเข้าด้วยกัน ดีใจยกใหญ่พลางว่า “ดีเลยๆ หว่านเอ๋อยอมเป็นภรรยาท่าน”
“แต่ว่าต่อไปท่านจะรังแกข้าไม่ได้นะ แถมต้องซื้อขนมให้ข้าทุกวันด้วย ข้าชอบกินขนมหวานที่สุดเลย”
เห็นท่าทางไร้เดียงสาของนาง เย่เฟิงก็ยิ้มตอบ “ได้ สัญญาว่าทุกวันจะซื้อขนมให้หว่านเอ๋อ”
บิดามารดาของเจียงหว่านเอ๋อถึงกับตกตะลึง
หลังจากลูกสาวซื่อซ่าไป นอกจากพวกตนแล้ว นางก็ไม่ยอมให้ใครแปลกหน้าเข้าใกล้ทั้งสิ้น
ใครเข้าใกล้เจียงหว่านเอ๋อก็จะอาละวาดงอแงไม่หยุด
แต่กับเย่เฟิงที่เพิ่งออกจากคุก เจียงหว่านเอ๋อกลับสนิทสนมด้วยถึงเพียงนี้ ช่างประหลาดนัก
“บัดซบจริง ไอ้เด็กนี่ดันมีโชคหมาเน่า บังเอิญถูกชะตาเจียงหว่านเอ๋อได้”
จ้าวผิงคังกับบรรดาคุณชายรุ่นหนุ่มพากันอิจฉา
เจียงหว่านเอ๋อต่อให้สติไม่ดี แต่ก็ยังงดงามราวเทพธิดา การได้ใกล้ชิดสูดดอมดมความงามของนาง ยังคงเป็นความฝันของบุรุษนับไม่ถ้วน
แต่ตอนนี้ ดันมาเป็นของถูกๆ สำหรับไอ้นักโทษเย่เฟิง
ยิ่งเห็นความสนิทสนมของเย่เฟิงกับเจียงหว่านเอ๋อ เจียงเมิ่งเหยียนก็อารมณ์เสียแสนสาหัส
สิ่งที่นางอยากเห็น คือครอบครัวเจียงหว่านเอ๋อถูกเหยียดหยาม เย่เฟิงต้องก้มหัวให้นาง
ใครจะรู้ ดันส่งเสริมเรื่องดีๆ ของคนสองคนนี้
ท่านผู้เฒ่าแห่งตระกูลเจียงนั่งอยู่ตำแหน่งประธาน ส่งเสียงเหอะ “ขายขี้หน้าสิ้นดี ไอ้โง่กับไอ้นักโทษ รีบๆ ทำให้มันจบๆ ไป ข้าจะได้ไม่ต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกสักนาที ให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะเปล่าๆ”