ชูหว่านชะงักไปกับสายตาของเขา
ในวันส่งท้ายปีเก่าแบบนี้จะทำลายบรรยากาศก็ไม่ใช่เรื่อง เธอเดินเข้าไปหา เงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มหวาน "ฉันกำลังคิดว่า คุณอาจจะลืมให้อั่งเปาฉันก็ได้นะ"
"จะรีบไปไหน" ชายหนุ่มปรายตามองเธออย่างไร้อารมณ์ "ลงไปกินข้าวได้แล้ว"
หญิงสาวก้มลอดใต้วงแขนที่เขาใช้ยันประตู ลอดออกไปแล้วหันกลับมามอง รอให้เขาตามมาสมทบก่อนจะเดินต่อ
"ชูหว่าน"
เมิ่งหวยจินพลันเรียกให้เธอหยุด แล้วกล่าวว่า "เธอมาฉลองตรุษกับฉัน ไม่ใช่มาขอการยอมรับจากใคร และไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเข้าสังคมของใครด้วย"
"ถ้าที่นี่มีคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่คุยกันถูกคอ ก็พูดคุยด้วยได้ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องสนใจ ส่วนผู้ใหญ่จะพูดอะไร ก็ยิ่งไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ เธอเป็นตัวของตัวเองก็พอ เข้าใจไหม"
ใต้ระเบียงแสงไฟพร่างพราวระยิบระยับ เมิ่งหวยจินยืนอยู่ในเงาตะเกียง ชุดสูทสีครามเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีขาวขับเน้นใบหน้าคมคายแลดูสง่างาม ทรวดทรงองอาจ แต่แววตากลับราบเรียบราวกับไร้คลื่นลม เหมือนจันทรา เหมือนดวงดาว และยิ่งเหมือนขุนเขาและทะเลสาบที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังเธอตลอดมา
เขามักจะเอ่ยถ้อยคำที่แทงทะลุถึงจิตใจได้ในช่วงเวลาสำคัญที่สุดได้เสมอ
ไม่รู้ว่าเพราะไฟเหนือศีรษะสว่างเกินไปหรือไม่ มันส่องเสียจนชูหว่านตาพร่าเลือน
เธอได้ยินส่วนลึกภายในใจเหมือนมีคลื่นยักษ์ซัดโขดหิน ซัดแล้วซัดอีก ระลอกแล้วระลอกเล่า ราวกับกำลังจะดันหัวใจที่กระวนกระวายดวงนั้นให้ทะลักออกมา