ในวังหลวง ลู่ฉู่ซานถูกฮ่องเต้เรียกตัวมาด้วยสีหน้าสนอกสนใจเรื่องชาวบ้าน
เมื่อเขามาถึงห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้กลับไม่ตรัสสิ่งใด หากเดินวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบก่อน
“ดีนี่ เจ้าหนุ่ม”
ยามว่าราชการ ฮ่องเต้ทอดพระเนตรจากเบื้องบนก็เห็นแล้วว่าวันนี้เจ้าหนุ่มผู้นี้ดูอารมณ์ดีไม่น้อย
พอเรียกตัวมาเข้าเฝ้า ยิ่งเห็นชัดว่ามีบางอย่างผิดปกติ
คางนั่นถูกใครข่วนจนเป็นแผล
ฮ่องเต้มีสนมอยู่ในวังหลังมากมาย จะไม่รู้ได้อย่างไรว่านี่เป็นรอยข่วนฝีมือใคร
ฮ่องเต้ตื่นเต้นจนแทบอดใจไม่อยู่ เดินวนรอบลู่ฉู่ซานสองรอบ ก่อนตรัสอย่างตื่นเต้นว่า “เจ้าหายดีแล้วหรือ?”
ดวงเนตรของฮ่องเต้แดงก่ำ ตลอดหลายปีมานี้ สิ่งที่พระองค์เสียดายที่สุดคือสหายผู้กล้ารับคมดาบแทนพระองค์กลับถูกผู้คนเยาะเย้ยว่าไม่อาจแต่งภรรยามีบุตร
หากหายดีแล้ว พระองค์ก็จะทรงเบาพระทัยลงบ้าง อย่างน้อยก็ช่วยชดเชยความเสียดายในใจได้
ลู่ฉู่ซานยอมรับอย่างเปิดเผย “กระหม่อมเพิ่งทราบเมื่อวาน ถูกสาวใช้ตัวน้อยวางยา”
“แล้วร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง?”
พอได้ยินเช่นนี้ ฮ่องเต้ก็ทรงเป็นห่วงขึ้นมาอีก
“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทไม่ต้องทรงกังวล”
“ดี ดี ดี ขอเพียงร่างกายเจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว หากอยากแต่งกับสตรีตระกูลใดก็บอกเรา เราจะพระราชทานงานสมรสให้ จัดงานให้เอิกเกริกสมเกียรติ”
ฮ่องเต้แทบอยากประกาศให้ใต้หล้ารู้ว่าลู่ฉู่ซานหายดีแล้ว
ลู่ฉู่ซานรีบปฏิเสธ “กระหม่อมยังไม่มีความคิดจะแต่งภรรยา หากภายหน้ากระหม่อมกลับเป็นเช่นเดิมอีก มิใช่ว่า...”
ต้องถูกผู้คนหัวเราะเยาะอีก
รอยยิ้มบนพระพักตร์ฮ่องเต้จางลง เมื่อนึกถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดมาหลายปี ก็ทรงตบไหล่เขาอย่างเห็นพระทัย “เราจะทำตามที่เจ้าต้องการ หากคิดจะแต่งภรรยาเมื่อใดก็มาบอกเรา เราจะเป็นประธานในพิธีแต่งงานให้เจ้าเอง”
