ซื่อจื่อเฟยยอมรับว่า ตอนแรกนางตื่นตระหนกจริง ๆ เพราะไม่คาดคิดว่าจืออิ๋งจะตอบโต้ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
และไม่คาดคิดว่าคนจากเรือนหลักจะเชื่อฟังนางถึงเพียงนี้
ถึงกับขวางนางไว้หน้าประตูได้จริง ๆ
ซื่อจื่อเฟยสงบใจลงแล้วกล่าวว่า “เมื่อหมอประจำจวนตรวจพบยาตัดทายาทในจวน เช่นนั้นก็จงสอบสวนให้กระจ่างว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ข้า ซื่อจื่อเฟย ไม่อาจตั้งครรภ์มาโดยตลอด เป็นเพราะเหตุนี้หรือไม่? ชานั่นเป็นชาที่ข้าดื่มอยู่เป็นประจำ”
จืออิ๋งที่อยู่ในห้องพลันลืมตาขึ้น นางยังประเมินความหน้าด้านของซื่อจื่อเฟยต่ำไป คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกลับดำเป็นขาว แล้วยังคิดโยนความผิดให้ผู้อื่นอีก
ไม่ว่าอย่างไรตัวนางเองก็ไม่เป็นไร ย่อมมีคนรับเคราะห์แทนนางอยู่ดี
สมแล้วที่เป็นซื่อจื่อเฟยผู้โหดเหี้ยมอำมหิต มากเล่ห์ในเรื่องชิงดีชิงเด่นภายในเรือน
“โชคดีที่สาวใช้ผู้นี้ช่วยลองยาให้ซื่อจื่อเฟย มิฉะนั้นคงถูกปิดบังไปตลอด”
ซื่อจื่อเฟยจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า ‘สาวใช้’
ถูกจับได้แล้วจะเป็นไรไป ก็เป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่ง อย่างมากก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่าตำหนิด้วยวาจาสองสามคำเท่านั้น
ฮูหยินผู้เฒ่าเคยมีช่วงใดบ้างที่ไม่หาเรื่องตำหนินาง?
นางชินเสียแล้ว
อีกทั้งนางยังวางตนเป็นผู้ถูกกระทำอีกด้วย
จืออิ๋งอดหัวเราะให้กับความไร้ยางอายของซื่อจื่อเฟยไม่ได้ ก่อนหน้านี้นางคิดว่าซื่อจื่อเฟยเป็นคนสง่าผ่าเผยและรักหน้าตา คิดไม่ถึงว่านิสัยจะต่ำช้าถึงเพียงนี้
ชาติที่แล้วนางคงตาถั่วเพราะถูกความโง่เขลาบดบัง จึงมองไม่เห็นความผิดปกติของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
ซื่อจื่อเฟยก็เหี้ยมพอตัว เมื่อนางพูดถึงเพียงนี้ ย่อมต้องสืบหาความจริงให้ได้
