ไม่มีใครฟังเสียงคร่ำครวญของจักจั่นตัวหนึ่งรู้เรื่อง อวี๋เซี่ยจึงเคราะห์ร้ายถูกจับไปทอดน้ำมัน
เมื่อเผชิญกับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้แบบนี้ อวี๋เซี่ยก็จนใจ ได้แต่ปลอบตัวเองว่า “ไม่เป็นไร ยังมีวันพรุ่งนี้อีก”
ผลคืออวี๋เซี่ยพบว่าช่วงสองสามวันนี้ตัวเองดวงซวยเป็นพิเศษ
คืนที่สองหลังจากทะลุมิติไปเป็นตัวอ่อนจักจั่นแล้วถูกทอดน้ำมัน อวี๋เซี่ยก็ทะลุมิติไปเป็นปูตัวน้อย ถูกเด็กกลุ่มหนึ่งจับใส่ขวดไว้
เอาเถอะ เปิดฉากมาก็อยู่ในนรก อวี๋เซี่ยนอนแผ่หมดอาลัยตายอยากไปเลย
คืนวันที่สาม อวี๋เซี่ยทะลุมิติไปเป็นต้นหอมต้นเล็ก ๆ ในแปลงผัก เกิดมาก็อยู่บนดิน อวี๋เซี่ยจึงวางใจขึ้นไม่น้อย คิดว่าอย่างไรเสียก็น่าจะมีชีวิตอยู่ได้นานอีกหลายวัน
ผลคือมีชีวิตอยู่ได้แค่สองวันก็ถูกถอนขึ้นมาเป็นเครื่องเคียง
อวี๋เซี่ยยังคงเฝ้ารอด้วยความหวังต่อไป
คืนวันที่สี่ เธอทะลุมิติไปเป็นผึ้งตัวน้อย
คราวนี้สถานที่เกิดก็นับว่าปลอดภัย อยู่ในรังผึ้งเลย ต่อไปเธอน่าจะต้องออกไปเก็บน้ำหวาน ระหว่างเก็บก็ต้องคอยระวังสภาพแวดล้อม ถ้าถึงเวลาต้องหนีก็รีบหนีให้ไว
อวี๋เซี่ยวางแผนเอาชีวิตรอดไว้เรียบร้อย
แต่ยังไม่ทันที่อวี๋เซี่ยจะบินไปถึงดงดอกไม้แล้วร้องเพลงให้เข้ากับบรรยากาศว่า “ผึ้งน้อยตัวหนึ่ง บินอยู่กลางดงดอกไม้” เธอก็ถูกบังคับให้เข้าร่วมสงครามปกป้องรังผึ้ง เพื่อต่อกรกับแตนยักษ์เสียก่อน
พอนึกถึงภาพตอนนั้น อวี๋เซี่ยก็อยากถอนหายใจ
เธอเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นเป็นอะไรไป ทั้งที่เป้าหมายหลักควรจะเป็นการมีชีวิตอยู่ และมีชีวิตให้นานที่สุดแท้ ๆ
แต่ตอนเผชิญหน้ากับแตนยักษ์ อวี๋เซี่ยกลับห้าวหาญเป็นพิเศษ แถมยังพุ่งไปอยู่แถวหน้าสุดอีก
สุดท้ายก็เป็นไปตามคาด ตายคาปากแตนยักษ์
อยู่ไม่ถึงวัน อวี๋เซี่ยย่อมไม่ได้รับสกิลอะไร แต่เธอกลับพบว่าสายตาของตัวเองดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
อวี๋เซี่ยสายตาสั้นอยู่บ้าง แต่ค่าสายตาไม่มาก ปกติไม่ใส่แว่นก็ไม่มีผลอะไร
แต่วันนี้สายตาของเธอชัดเจนยิ่งกว่าตอนสวมแว่นเสียอีก
อวี๋เซี่ยครุ่นคิด
เธอรู้แล้วว่าต่อให้ทะลุมิติไปแล้วตายทันที ก็ยังได้รับผลตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้
อย่างเช่นรู้สึกกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวัน
แต่ผลที่เห็นชัดแบบนี้ นอกจากสกิลที่ได้จากข้าวโพดแล้ว ถ้านับประสาทรับกลิ่นตอนทะลุมิติไปเป็นยุงด้วย นี่ก็เป็นครั้งที่สาม
สกิลนั้นได้มาตอนข้าวโพด “หมดอายุขัย”
ยุงมีอายุขัยสั้นอยู่แล้ว แถมเธอยังมีชีวิตอยู่ได้ตั้ง 4 วันกว่า ประสาทรับกลิ่นจะดีขึ้นนิดหน่อยก็พอเข้าใจได้
แต่ผึ้งตัวน้อยนี่สิ เธอเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นานก็ต้องตายแล้วแท้ ๆ ผลที่ได้กลับชัดเจนขนาดนี้เลยหรือ?
“หรือเป็นเพราะเข้าร่วมสงครามปกป้องรังผึ้ง?”
อวี๋เซี่ยคิดว่าสาเหตุน่าจะเป็นเช่นนั้น
ดูท่าตอนทะลุมิติไป เธอคงเอาแต่คิดหาทางเอาชีวิตรอดไม่ได้ ถ้าเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูง อย่างน้อยก็ควรเข้าร่วมกับพวกเดียวกันบ้าง แบบนี้ผลตอบแทนที่ได้คงจะมากขึ้น
เรื่องพวกนี้คงต้องรอให้อวี๋เซี่ยค่อย ๆ ปลดล็อกและทดลองในภายหลัง
ตอนนี้อวี๋เซี่ยมองห้องเช่าเล็ก ๆ ของตัวเองแล้วก็กลุ้มใจ
ของที่สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตมาถึงเกือบหมดแล้ว ห้องเช่าของเธอตอนนี้ดูทั้งคับแคบและรกไปหมด
อวี๋เซี่ยรู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่ก็รู้สึกอุ่นใจอย่างเต็มเปี่ยม อารมณ์ของเธอซับซ้อนสุด ๆ
“ซื้อมาแล้วก็ช่วยไม่ได้ เอาแบบนี้แหละ”
ตราบใดที่วันสิ้นโลกยังมาไม่ถึง ชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป
อวี๋เซี่ยยังต้องไปทำงาน
แม้ตอนนี้อวี๋เซี่ยจะกระปรี้กระเปร่าเต็มเปี่ยม พูดได้เต็มปากว่าเป็นคนพลังงานล้นเหลือ งานประจำทำอะไรเธอไม่ได้เลย แต่เธอก็ยังไม่อยากไปทำงานอยู่ดี
อวี๋เซี่ยแค่อยากนอนอยู่บ้านทุกวัน แล้วศึกษาสกิลทะลุมิติของตัวเอง
ทำไมเธอถึงรวยข้ามคืนไม่ได้สักทีนะ? ทำไมไม่ให้เธอทะลุมิติไปเป็นทองคำ แล้วได้สกิลเสกหินให้กลายเป็นทองบ้าง?
อวี๋เซี่ยยังไม่หวังว่าจะได้ทะลุมิติไปเป็นทองคำในเร็ว ๆ นี้ เธอเตรียมไปซื้อลอตเตอรี่ดู เผื่อจะรวยข้ามคืนได้
ไม่ต้องถูกรางวัลใหญ่หรอก แค่ได้เงินสักไม่กี่พัน ให้เธอมั่นใจในดวงตัวเองขึ้นมาบ้างก็พอ
ก่อนซื้อ อวี๋เซี่ยอธิษฐานสารพัด ตั้งใจเลือกอย่างพิถีพิถัน แต่สุดท้ายก็ได้กระดาษไร้ค่ามาหลายใบ
อวี๋เซี่ย: ไม่ยิ้มแล้วนะ ⊙︿⊙
อวี๋เซี่ยโยนกระดาษไร้ค่าลงถังขยะอย่างไม่ไยดี ตัดสินใจว่าจะไม่ซื้ออะไรที่ต้องอาศัยดวงแบบนี้อีกแล้ว
ของบ้าอะไรเนี่ย ยังสู้สกิลทะลุมิติของเธอไม่ได้เลย ไม่มีค่าพอจะยกมาเทียบกับสกิลทะลุมิติด้วยซ้ำ ถุย!
อวี๋เซี่ยล้มเลิกความฝันที่จะรวยข้ามคืนอย่างสิ้นเชิง
เรื่องนี้ไม่เหมาะกับเธอ เธอเหมาะกับเส้นทางที่ค่อย ๆ ก้าวไปทีละขั้นและลงมือทำอย่างมั่นคงมากกว่า
บริษัทของอวี๋เซี่ยหยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว วันนี้เป็นวันเสาร์ จึงไม่ต้องทำงานล่วงเวลา
อวี๋เซี่ยเดินออกจากบริษัท ก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
“พี่เซี่ยเซี่ย พรุ่งนี้พ่อแม่กับพี่ชายจะไปปีนเขากัน พี่อยากไปเที่ยวด้วยกันไหม?”
คนโทรมาคือน้องสาวต่างแม่ อวี๋เหวินเชี่ยน ลูกที่พ่อของเธอมีหลังแต่งงานใหม่ อวี๋เซี่ยคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอก็แค่ธรรมดา ๆ
“พี่ไม่ไปหรอก นาน ๆ จะได้หยุดสักวัน พี่อยากนอนอยู่บนเตียง ไม่อยากไปไหนเลย”
“งั้นก็ได้ค่ะ พี่เซี่ยเซี่ย พักผ่อนให้เต็มที่นะคะ”
ทั้งคู่คุยเล่นกันอีกไม่กี่ประโยค อวี๋เซี่ยก็บอกว่ายังต้องกลับบ้าน แล้ววางสายไป
ตอนอวี๋เซี่ยยังเด็ก พ่อแม่หย่ากัน ทั้งคู่ไม่มีใครอยากเลี้ยงเธอ จึงยื้อแย่งกันไปมาจนต่างคนต่างเจอคนรักใหม่ ก็ยังตกลงกันไม่ได้
แต่สุดท้ายอวี๋เซี่ยก็ได้อยู่กับพ่อ
ไม่ใช่เพราะพ่อของเธอเกิดมีจิตสำนึกขึ้นมา แต่เป็นเพราะพ่อเองก็ไปหาผู้หญิงที่หย่าร้างและมีลูกติดเหมือนกัน
แม่ของอวี๋เซี่ยพูดว่า “คนที่ฉันคบอยู่ยังไม่เคยแต่งงานมาก่อน ถ้าพาอวี๋เซี่ยไปด้วยเขาต้องไม่ยอมแน่ เธอไปหาคนที่หย่าร้างและมีลูกติดเหมือนกัน อวี๋เซี่ยอยู่กับเธอก็เหมาะพอดี”
พ่อของอวี๋เซี่ยก็ไม่ได้โง่ “ฉันหาผู้หญิงที่หย่าร้างและมีลูกติดก็จริง แต่เขามีเงิน เลี้ยงลูกก็ไม่ต้องให้ฉันออกแรงหรือควักเงิน ฉันเลี้ยงอวี๋เซี่ยไปด้วยได้อยู่หรอก แต่เธอต้องออกเงิน”
ทั้งคู่คุยกันโดยไม่หลบหน้าอวี๋เซี่ย เธอจึงมองออกตั้งนานแล้วว่า พึ่งพาใครก็ไม่มีประโยชน์ พึ่งตัวเองดีที่สุด
ส่วนเหตุผลที่ไม่ส่งอวี๋เซี่ยไปอยู่บ้านปู่ย่าหรือตายาย ก็เพราะพ่อแม่ของเธอเป็นเด็กกำพร้าทั้งคู่
ตอนทั้งคู่คบกันต่างก็ไม่มีเงิน แค่ถูกใจกันที่หน้าตาเท่านั้น
แต่พอแต่งงานกันแล้วก็เอาแต่กินบุญเก่าจากหน้าตาไม่ได้
สองปีแรกยังพอประคองช่วงหวานชื่นไว้ได้ แต่หลังอวี๋เซี่ยเกิด ทั้งคู่ก็ทะเลาะกันอยู่เสมอ ในมือก็ไม่มีเงิน ความขัดแย้งจึงยิ่งหนัก สุดท้ายก็หย่ากันแล้วไปหาคนรักใหม่
คนรักใหม่ที่ทั้งคู่หาได้ไม่ถึงกับร่ำรวยมหาศาล แต่อย่างน้อยชีวิตก็ดีกว่าตอนอยู่ด้วยกันมาก
ตอนนี้แต่ละคนต่างก็มีครอบครัวของตัวเอง มองดูแล้วครอบครัวทั้งสองก็มีความสุขกลมเกลียวกันดี
แต่อวี๋เซี่ยคิดว่านั่นเป็นแค่ภาพลวงตา
สองคนนั้นขี้เหนียวและใจจืดใจดำพอกัน แค่แสดงเก่งเท่านั้น
ทำไมเธอถึงพูดอย่างนั้นน่ะหรือ?
ช่วงปีใหม่ อวี๋เซี่ยเคยไปบ้านทั้งสองฝ่าย ผู้ใหญ่ให้เงินแต๊ะเอียเด็ก ๆ พ่อแท้ ๆ กับแม่แท้ ๆ ให้เธอน้อยกว่าเงินแต๊ะเอียที่พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงให้เสียอีก เชื่อไหมล่ะ?
เพราะงั้นที่ว่ามีความสุขกลมเกลียวอะไรกันน่ะ ก็แค่ชีวิตสุขสบาย ไม่ต้องลำบาก พวกเขาถึงยอมเล่นละครให้ดู
ในฐานะลูกของทั้งคู่ อวี๋เซี่ยคิดว่าตัวเองคงเรียกได้ว่าเก่งกว่าครูเสียอีก
เพียงแต่อวี๋เซี่ยเป็นคนเก็บอาการ ชอบเล่นละครอยู่ในใจ ต่างจากทั้งคู่ที่ชอบแสดงออกมาชัด ๆ
น่าเสียดายจริง ๆ ที่ไม่ไปเป็นนักแสดง
อวี๋เซี่ยจิ๊ปากพลางทอดถอนใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกคิดถึงทั้งคู่
เรื่องเก่าแก่ไร้สาระพวกนั้นจะสำคัญเท่าสกิลทะลุมิติของเธอได้ยังไง
ไม่รู้ว่าคืนนี้จะทะลุมิติไปเป็นอะไรอีก?
ขอร้องล่ะ ให้เธอมีชีวิตอยู่นานกว่านี้หน่อยเถอะ!