อวี๋เซี่ยไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะทะลุมิติมาอยู่ในร่างยุง
แมลงตัวจิ๋วที่ใครเห็นก็อยากตบให้ตาย
เป็นยุงแล้วจะมีสกิลอะไรบ้างนะ? ดูดเลือดหรือเปล่า?
ไม่เอานะ!
อวี๋เซี่ยขอปฏิเสธ เธอไม่อยากเป็นแวมไพร์
พูดก็พูดเถอะ แต่ตอนนี้ในฐานะสมาชิกกองทัพยุง อวี๋เซี่ยก็ยังอยากมีชีวิตอยู่ให้นานขึ้นอีกหน่อย
ถ้าได้สกิลสักอย่างก็คงดี
ไม่ต้องสนว่ามีประโยชน์หรือพิสดารแค่ไหน มีไว้ย่อมดีกว่าไม่มีใช่ไหมล่ะ
เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง อวี๋เซี่ยจึงเตรียมมุ่งหน้าไปนอกพื้นที่อยู่อาศัย อาศัยน้ำเลี้ยงจากพืชประทังชีวิตจนกว่าจะสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติของยุง
อวี๋เซี่ยกระพือปีกบินขึ้นไป นี่เป็นประสบการณ์แปลกใหม่อย่างยิ่ง
ทั้งความรู้สึกตอนบินขึ้นไปและภาพที่มองเห็นผ่านสายตาของยุง ล้วนแปลกใหม่ไปหมด
อวี๋เซี่ยสำรวจดูรอบ ๆ แล้วพบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง
ในลานบ้านมีดอกไม้ปลูกอยู่ไม่น้อย ทั้งยังมีอ่างใบใหญ่ที่ปลูกบัวดอกเล็กไว้ข้างใน
สวยก็สวยอยู่หรอก แต่ชวนให้ยุงมาเสียเหลือเกิน
ถ้าอวี๋เซี่ยอยู่ที่นี่ ก็ต้องอาศัยน้ำเลี้ยงจากพืชมีชีวิตรอดได้แน่
แต่อวี๋เซี่ยก็ยังเตรียมหนีไปอยู่ในที่ที่ไม่มีคน
ช่วยไม่ได้ เธอมองเห็นพื้นซีเมนต์ในลานบ้านกับกระเบื้องที่แปะอยู่บนตัวบ้าน แวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ชนบทในช่วงยุคเจ็ดสิบหรือแปดสิบแน่
ถ้าเจ้าของบ้านฉีดยาใส่ดอกไม้ขึ้นมาล่ะ เธอไม่โดนพิษตายหรือไง?
เพื่อความปลอดภัย อวี๋เซี่ยตัดสินใจออกจากบ้านหลังนี้เดี๋ยวนี้
เธอบินขึ้นไป ตั้งใจดูว่ามีที่ไหนเหมาะจะลงหลักปักฐานบ้าง
แต่ยุงบินได้สูงอย่างจำกัดหากไม่มีลมช่วย อวี๋เซี่ยพยายามบินขึ้นไปได้แค่สิบกว่าเมตรก็หมดแรง
แต่ความสูงแค่นี้ก็พอแล้ว
ยิ่งบินสูง ก็ยิ่งมองเห็นได้ไกล
บริเวณรอบ ๆ ส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียว มีต้นไม้ใบหญ้าอยู่มาก น่าจะเป็นชนบท
หลังจากวิเคราะห์แล้ว อวี๋เซี่ยก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายุงขึ้นชื่อว่าเป็นแมลงสายตาสั้น มองอะไรไกล ๆ ไม่ค่อยเห็น แต่เธอกลับมองได้ไกลและชัดพอตัวเลยนี่นา
แต่เธอก็ไม่ใช่ยุงจริง ๆ เสียหน่อย ไม่แน่ว่าหลังจากเธอทะลุมิติมา ยุงตัวนี้อาจกลายพันธุ์ก็ได้
อวี๋เซี่ยไม่ได้คิดมากนัก
ตอนแรกเธอตั้งใจจะไปทางตะวันออก ที่นั่นมีทั้งแม่น้ำ พงหญ้า และต้นไม้ใหญ่
ถึงตอนนั้นเธอก็แค่หลบเข้าไปในกองหญ้า รอให้สิ้นอายุขัยตามธรรมชาติก็พอ
อวี๋เซี่ยคิดไว้ดีแล้ว
แต่เธอมัวคิดแค่เรื่องหลบคน จนลืมไปสนิทว่าสิ่งมีชีวิตที่เป็นภัยต่อยุงไม่ได้มีแค่มนุษย์ ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นอีก
ตอนอวี๋เซี่ยเตรียมออกเดินทาง ประสาทรับกลิ่นของเธอกลับจับสัญญาณอันตรายได้เร็วกว่าสายตา ร่างกายตอบสนองด้วยการหลบหนีโดยอัตโนมัติ
พอลงมาแล้ว อวี๋เซี่ยถึงเห็นนกนางแอ่นตัวหนึ่งบินผ่านเหนือศีรษะไป
อวี๋เซี่ยตกใจจนเหงื่อเย็นผุดเต็มตัว
ยุงจะมีเหงื่อหรือไม่ อวี๋เซี่ยไม่รู้ แต่เธอรู้สึกจริง ๆ ว่าเมื่อครู่ตัวเองโง่เหลือเกิน เป็นยุงแท้ ๆ ยังคิดจะไปริมแม่น้ำ ช่างรนหาที่ตายเสียจริง
กบเป็นหนึ่งในนักล่ายุงตัวฉกาจ
อวี๋เซี่ยล้มเลิกความคิดเมื่อครู่ทันที ตัดสินใจหากองหญ้าสักกองแล้วหลบซ่อนอยู่ในนั้นไปก่อน
ท้ายที่สุดอวี๋เซี่ยก็พบทางเดินแคบ ๆ ระหว่างบ้านสองหลัง
หัวท้ายทางเดินถูกสิ่งของขวางไว้ ปกติก็ไม่มีใครเดินผ่าน ข้างในมีวัชพืชขึ้นอยู่ไม่น้อย แถมอวี๋เซี่ยยังเห็นยุงตัวอื่นด้วย
ดูท่าจะเป็นที่ที่ดี
อวี๋เซี่ยตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่ขยับไปไหนอีก
อวี๋เซี่ยหลบอยู่ในทางเดินสามสี่วัน ช่วงนั้นเธอเอาแต่ศึกษาตัวเอง ไม่เคยออกไปจากทางเดินเลย เวลาบินก็แค่บินวนอยู่ข้างใน
ยุงบินได้ไม่เร็ว แต่ทำท่าทางยาก ๆ ได้ไม่น้อย อวี๋เซี่ยคิดว่าถ้ามีโอกาสตื่นรู้สกิลขึ้นมา สกิลบินคงมีโอกาสน้อยที่สุด อย่างไรเสียเธอก็ไม่มีปีก และก็ไม่ได้อยากได้ปีกยุงสักเท่าไร
แน่นอนว่าถ้าได้มาก็ไม่รังเกียจ
แต่ถึงเธอจะตัวใหญ่ขนาดนั้น ต่อให้ได้ปีกใหญ่เท่าตัว ก็คงบินคล่องเหมือนยุงไม่ได้หรอก
อวี๋เซี่ยลองนึกภาพตัวเองมีปีกยุงแล้วรู้สึกขนลุกนิด ๆ
ส่วนปากดูดของยุง เธอยิ่งไม่อยากได้เข้าไปใหญ่ นึกไม่ออกเลยว่าจะเอาไปทำอะไรได้
อวี๋เซี่ยอยากได้ระบบเรดาร์ประสาทสัมผัสของยุงมากกว่า
ขณะที่อวี๋เซี่ยกำลังจินตนาการถึงสกิล ก็มีเจ้าตัวเล็กที่มีตาโต หางยาว และขาสี่ข้างตัวหนึ่งเข้ามาในพงหญ้า
เพราะซ่อนตัวมาได้หลายวันอย่างปลอดภัย อีกทั้งอวี๋เซี่ยก็ยังปรับตัวกับสถานะยุงในตอนนี้ได้ไม่เต็มที่จริง ๆ
ดังนั้นนอกจากวันแรกที่เธอระแวดระวังอยู่พักหนึ่งแล้ว เวลาที่เหลืออวี๋เซี่ยก็ผ่อนคลายไม่น้อย
อย่างตอนนี้ เธอยังมีใจคิดด้วยซ้ำว่าจะได้สกิลอะไร
ผลสุดท้ายก็แน่นอนว่า ดีใจจนลืมตัวแล้วต้องพบกับเรื่องร้าย
ตอนอวี๋เซี่ยลืมตาขึ้นบนเตียง เธอยังตั้งสติไม่ทัน
“เดี๋ยวนะ ฉันตายไปแบบนี้เลยเหรอ??”
พูดตามตรง อวี๋เซี่ยไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองตายได้ยังไง รู้แค่ว่าจู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดลง แล้วพอลืมตาอีกทีก็ตื่นขึ้นมาแล้ว
“อุตส่าห์จินตนาการถึงสกิลอยู่แท้ ๆ ตอนนี้ดีเลย ไม่มีสกิลอะไรสักอย่างแล้ว”
อวี๋เซี่ยรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
แต่ไม่นานเธอก็ปลอบใจตัวเองได้
เธอเก่งเรื่องปลอบใจตัวเองอยู่แล้ว
ยุงก็ไม่มีสกิลดี ๆ อะไรให้เธออยู่แล้วนี่นา
มีพลังพิเศษอย่างการทะลุมิติอยู่แล้ว ต่อไปจะกลัวไม่มีสกิลอีกหรือไง?
พอปลอบตัวเองเสร็จ อวี๋เซี่ยก็เหลือบดูเวลา ปรากฏว่าเพิ่งตีสี่
ยังเช้าอยู่ เธอนอนต่อได้อีกหน่อย แต่จิตใจกลับแจ่มใส ไม่ง่วงเลยสักนิด
อวี๋เซี่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไล่ดูแชตกลุ่มต่าง ๆ
เธอชอบแอบอ่าน แต่ไม่ชอบพูด
ตอนนี้กลุ่มที่คึกคักที่สุดในโทรศัพท์ของเธอน่าจะเป็นกลุ่มที่เพื่อนร่วมงานแอบตั้งขึ้นมา ส่วนใหญ่เอาไว้บ่นเจ้านาย
ในกลุ่มกำลังคุยเรื่องที่เกิดขึ้นหลังอวี๋เซี่ยกลับไปเมื่อวาน
มีคนถอนใจว่า “อวี๋เซี่ยนี่โชคดีจริง ๆ หลังจากเธอกลับไป ตาแก่นั่นก็โผล่มาแค่ครั้งเดียว ไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าอวี๋เซี่ยไปไหน ตอนฉันแอบหนีกลับก่อนครั้งก่อน ดันโดนตาแก่นั่นจับได้คาหนังคาเขา โดนบ่นยับเลย”
“อาจเป็นเพราะอวี๋เซี่ยไม่เคยกลับก่อนเวลา ตาแก่นั่นเลยไว้ใจมั้ง”
ในกลุ่มคุยถึงอวี๋เซี่ยได้ไม่กี่ประโยคก็เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว หันไปบ่นเจ้านายกับฝ่ายบริหารแทน
อวี๋เซี่ยไม่ค่อยมีแก่ใจอ่าน เธอออกจากกลุ่มแล้วกดเข้าไปดูแชตกลุ่มห้องเรียนสมัยมหาวิทยาลัย
กลุ่มนี้แทบจะร้างไปแล้ว
ตอนนี้กลับมีข้อความสะสมถึง 99+ ข้อความ อวี๋เซี่ยเลยค่อนข้างอยากรู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
ข้อความช่วงบนสุดมีคนโผล่มาคุยกันสองสามประโยคเป็นครั้งคราว แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ข้อความส่วนใหญ่น่าจะเป็นเมื่อห้าวันก่อน
รูปที่ส่งไว้กดเปิดไม่ได้แล้ว ส่วนข้อความด้านล่างพูดถึงวันสิ้นโลกกันทั้งนั้น
“พวกเธอว่านี่จริงหรือเปล่า?”
“ปลอมแน่นอน ยุคนี้ยังมีคนเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกอีกเหรอ?”
“ถ้าเกิดจริงขึ้นมาล่ะ?”
“จะมีถ้าเกิดขึ้นมาได้สักกี่อย่างกัน วันสิ้นโลกก็วันสิ้นโลกสิ ถ้ามาจริงก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องทำงานบ้า ๆ นี่อีก”
ตอนแรกข้อความส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้นัก ที่เห็นชัดกว่าคือความไม่พอใจต่อชีวิตจริง
จนกระทั่งรูปกดเปิดไม่ได้
“เดี๋ยวนะ รูปเป็นอะไรไป? ทำไมกดเปิดไม่ได้แล้ว?”
คนที่ส่งรูปตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน กระทู้ที่ฉันอ่านโดนลบไปแล้ว ตอนแรกเพราะกระทู้นั้นถึงมีคนถกเถียงกันอยู่บ้าง ตอนนี้ค้นหาความเห็นพวกนั้นก็ไม่เจอแล้ว”
“ให้ตายสิ หรือวันสิ้นโลกกำลังจะมาจริง ๆ?!”
เพราะเรื่องนี้เอง แชตกลุ่มจึงคึกคักขึ้นมาทันที
บางคนคิดว่าทำเป็นลึกลับก็แค่สร้างกระแส
บางคนคิดว่าอาจมีอะไรจริง ๆ ก็ควรซื้อของมาตุนไว้ให้สบายใจหน่อย
แต่พอเวลาผ่านไปหลายวัน วันสิ้นโลกก็ยังไม่มา ไม่มีใครใส่ใจเรื่องนี้อีก
อวี๋เซี่ยอ่านข้อความในแชตพลางครุ่นคิด
เธอไม่เห็นรูปนั้น จึงทำได้แค่ปะติดปะต่อจากข้อความไม่กี่ประโยคในแชต
มีคนโพสต์บนอินเทอร์เน็ตว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง
อวี๋เซี่ยไม่รู้รายละเอียด จึงลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตดู
ส่วนใหญ่ที่หาเจอเป็นภาพยนตร์กับนิยาย ยังมีโพสต์ประหลาด ๆ อีกจำนวนหนึ่ง
โพสต์พวกนั้นดูปลอมชัดเจน แต่อวี๋เซี่ยก็ยังตัดสินใจจะซื้อของมาตุนไว้บ้าง
ใครใช้ให้เธอมีสกิลทะลุมิติแบบสุ่มจริง ๆ ล่ะ
ในเมื่อเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้ยังเกิดขึ้นได้ ใครจะรับประกันได้ว่าวันสิ้นโลกจะไม่มาจริง ๆ?
อย่างไรอวี๋เซี่ยก็ไม่กล้ารับประกัน โดยเฉพาะหลังจากเธอทะลุมิติไปเป็นยุงแล้วตายเพราะไม่ระวังตัวพอ