ซูหยวนรู้สึกเหมือนหัวใจที่แขวนค้างมาหลายวันพลันกลับลงมาอยู่ที่เดิม
แม้ขอบตายังชื้นอยู่ แต่มุมปากกลับยกขึ้นก่อน เธอคว้าตัวเสี่ยวฝู่มาเอ่ยชมยกใหญ่ คำหวานพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
“ฉันรู้อยู่แล้วว่าถงเป่าพึ่งพาได้ที่สุด ทั่วทั้งจักรวาลระบบ ไม่มีใครเก่ง ใจดี และมีความสามารถเท่านายอีกแล้ว
นายขึ้นไปหาของวิเศษในโลกบำเพ็ญเซียนก็ได้ ลงมาก็คอยปกป้องให้ฉันใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
เรียกได้ว่าเป็นระบบระดับท็อปที่ทำได้ทุกอย่างเลยนะ การได้รู้จักนายเนี่ย ฉันคงสั่งสมบุญมามากจริง ๆ”
เสี่ยวฝู่ถูกชมจนรู้สึกสบายไปทั้งตัว หางเล็ก ๆ ในจิตสำนึกแทบจะกระดิกจนเห็นเป็นเงาพร่า แต่ปากยังฝืนทำเสียงหยิ่ง ๆ อยู่
“ฮึ รู้ก็ดีแล้ว
เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นจะเป็นอะไร
เลิกมาป้อนคำหวานให้ฉันได้แล้ว ระบบนี้ไม่หลงกลหรอก”
พูดอย่างนั้นก็จริง แต่น้ำเสียงภูมิใจแทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว
แม้แต่ตอนเริ่มทำงานของม่านฟ้าก็คล่องแคล่วขึ้นไม่น้อย
มันกำหนดวันเริ่มต้นไว้ตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแรงงาน ช่วงเวลาที่มีคนพลุกพล่านที่สุดและแพร่ข่าวได้เร็วที่สุด
……
เช้าวันที่ 1 พฤษภาคม ผู้คนทั่วประเทศที่กำลังจะออกไปเที่ยวหรือไปเยี่ยมญาติต่างเริ่มออกเดินทางกันแต่เช้า
จู่ ๆ ท้องฟ้าที่แจ่มใสก็มืดลงโดยไม่มีสัญญาณเตือน ราวกับมีม่านผืนยักษ์ค่อย ๆ เคลื่อนมาบดบัง
แสงอาทิตย์เลือนหาย ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงทีละน้อย ทั้งที่เป็นเวลาเจ็ดโมงกว่าในตอนเช้า แสงกลับเหมือนยามโพล้เพล้
ผู้คนบนถนนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันหยุดเดินแล้วเงยหน้ามองฟ้า
“เกิดอะไรขึ้น ฝนจะตกหนักเหรอ? พยากรณ์อากาศไม่ได้บอกไว้นี่!”