ซูหยวนยืนอยู่บนระเบียง เงยหน้ามองรายชื่อและข้อความที่เลื่อนผ่านบนม่านฟ้า ในใจก็รู้สึกซับซ้อนอยู่บ้าง
ลมยามเย็นพัดมาจากที่ไกล ๆ หอบเอาความร้อนที่หลงเหลือจากปลายฤดูร้อนมาด้วย ทั้งยังแว่วเสียงเครื่องยนต์รถยนต์มาเป็นระยะ
นั่นคือขบวนรถกู้ภัยที่มุ่งหน้ามารวมตัวกันในมณฑลชวนจากทุกทิศทาง รถแล่นต่อกันเป็นแถวยาวสุดลูกหูลูกตา เปิดไฟหน้าสว่างจ้า มุ่งไปตามถนนสู่ศูนย์กลางแผ่นดินไหว
ม่านฟ้ายังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็นหน้าต่างเล็ก ๆ หลายสิบช่อง ถ่ายทอดภาพการอพยพจากแต่ละพื้นที่แบบเรียลไทม์
บางคนแบกสัมภาระเร่งฝีเท้าเดินทาง บางคนช่วยพยุงผู้สูงอายุและเด็ก ๆ ไปยังจุดพักพิง
ทั้งบนถนนและบริเวณทางเข้าหมู่บ้าน แม้จะยังมีความวุ่นวายอยู่บ้าง แต่ทุกอย่างก็ค่อย ๆ เป็นระเบียบขึ้น
ตัวเลขนับถอยหลังสีแดงเลือดยังคงลดลงทีละวินาที
แต่คราวนี้ ผู้คนจำนวนมากขึ้นกำลังเดินตามคำแนะนำไปยังสถานที่ปลอดภัย
นี่คือการอพยพครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สิบกว่าอำเภอ มีประชาชนหลายแสนคน โดยใช้หมู่บ้าน ตำบล และชุมชนเป็นหน่วยย่อยที่สุด
ผู้คนทยอยย้ายเข้าไปในบ้านพักชั่วคราวและเต็นท์ที่สร้างเตรียมไว้ก่อนแล้วอย่างเป็นระเบียบ โดยอาศัยทั้งรถโดยสาร รถยนต์ส่วนตัว หรือแม้แต่รถสามล้อเพื่อการเกษตร
น้ำดื่มบรรจุขวด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผ้าห่มและเครื่องนอน ล้วนจัดเตรียมและกระจายไปถึงพื้นที่ล่วงหน้าแล้ว
เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์กับอาสาสมัครก็ประจำการครบทุกจุด ราวกับตาข่ายถักถี่ที่คอยรองรับผู้คนซึ่งอพยพออกมาอย่างมั่นคง
แต่เมื่อตัวเลขนับถอยหลังบนม่านฟ้าใกล้เข้ามาทุกที บรรยากาศทั่วทั้งหัวเซี่ยก็ยิ่งตึงเครียดเป็นพิเศษ
ไม่มีใครยืนยันได้เต็มร้อยว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้จะเกิดขึ้นแน่นอน