หยาหยาซุกตัวในอ้อมอกยายหลิ่วแบ๊ะ มือน้อย ๆ ตบแผ่นหลังนาง "ไม่ร้องนะยาย กินอิ่มแล้วก็จะไม่เจ็บ"
พูดจบก็พลันนึกอะไรขึ้นได้ น้ำเสียงเจือรอยเสียดาย "ท่านยาย ที่แห่งนั้นยังมีขาหมูมันแผลบชิ้นโต หอมน่ากินยิ่งนัก หยาหยาเกือบจะเก็บได้อยู่แล้ว ขาดอีกนิดเดียวแท้ ๆ!"
พูดไปก็เผลอเลียริมฝีปาก
ขาหมูชุ่มฉ่ำ หอมกรุ่น เต็มไปด้วยเนื้อแน่น ๆ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!
ยายหลิ่วแบ๊ะเหม่อลอย ในใจครุ่นคิดว่า มันเป็นสถานที่เช่นไรกันแน่ เหตุใดจึงยอมให้หยาหยาเก็บของกินได้มากมายถึงเพียงนี้ แล้วที่เด็กน้อยขนของกลับมา ต้องแลกด้วยสิ่งใดหรือไม่?
"ท่านยาย ถุงหอมยังอยู่นะเจ้าคะ แม่ต้องพาหยาหยาไปอีกได้แน่! คราวหน้าหยาหยาจะไปเก็บของกินมาให้ได้เยอะ ๆ เลย ไม่ใช่แค่ให้ยายเท่านั้น ยังมีปู่หวังตาบอดที่บ้านท้ายหมู่บ้าน ลุงจ้าวนักล่าที่ตรากตรำเข้าป่าไปหาอาหารให้ทุกคน ป้าหลินที่คอยปะเสื้อผ้าให้หยาหยา ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน เสี่ยวโต้วจื้อ เสี่ยวซวนจื่อ..."
เด็กน้อยนับนิ้วมือไปพลาง มีคนตั้งมากมาย คราวหน้าต้องขอถุงผ้าเล็ก ๆ จากยายสักใบแล้ว!
ยายหลิ่วแบ๊ะรั้งร่างหยาหยาเข้ามาแนบอก ก้มมองแววตาบริสุทธิ์ของเด็กน้อย ใจทั้งอบอุ่นทั้งเจ็บปวด นางยกมือเช็ดหางตาตัวเอง "เด็กดีจิตใจงาม แต่ว่าที่แห่งนั้นแปลกถิ่น หากเกิดอันตรายขึ้นมา..."
"ไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะท่านยาย!" หยาหยารีบเงยหน้าขึ้นพูดแทรก "ถุงหอมจะพาหยาหยากลับมาได้! แม่บนฟ้าก็จะปกปักษ์รักษาหยาหยา! หยาหยาวิ่งเร็ว แล้วก็รู้จักหลบ ซักวันต้องเก็บของกินมาได้มาก ๆ ให้ทุกคนไม่อดอยาก มีเรี่ยวแรงกันทุกคน!"
ยายหลิ่วแบ๊ะมองไปยังไข่พะโล้ที่เหลืออีกครึ่งฟอง กลิ่นไข่พะโล้โชยมาพร้อมรสเค็มจัดจ้าน นั่นคือเกลือที่คนในหมู่บ้านต้องการอย่างยิ่งยวด คืออาหารช่วยชีวิต
ในหมู่บ้านขาดเกลือมาเกือบสองเดือนแล้ว ข้าวปลาอาหารที่ตุนไว้ก็ร่อยหรอถึงก้นบึ้ง นายพรานสกุลจ้าวแบกธนูและเกาทัณฑ์เข้าป่าไปได้ครึ่งทางก็เข่าอ่อนทรุดลงตรงเชิงเขา ถูกคนหามกลับมาตอนที่ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมขาว แม้แต่จะเอื้อนเอ่ยเป็นคำ ๆ ก็ยังไม่ต่อเนื่อง
พอดีขึ้นเล็กน้อยก็เข้าป่าอีกครั้ง เขาเป็นชายหนุ่มฉกรรจ์แรงงานเพียงคนเดียวในหมู่บ้าน
สัตว์ป่าในเขาใหญ่หลบซ่อนหายเงียบ การติดต่อกับโลกภายนอกถูกตัดขาด ทั้งไร้อาหารไร้เกลือ ชาวบ้านยี่สิบเอ็ดชีวิตในหมู่บ้านเหอฮวาก็ราวกับถูกยมทูตจะมาฉุดวิญญาณไปได้ทุกเมื่อ ทุกผู้คนล้วนรอวันสิ้นลม
ไม่ช้าก็เร็ว หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านอาจหายไปจริง ๆ ก็เป็นได้
คำพูดของหยาหยามากระทบใจนาง แผ่วเบา ทว่าหนักหน่วงจนนางหายใจไม่ทั่วท้อง
เด็กน้อยตัวน้อยประคองขนมเปี๊ยะนุ่มฟูชิ้นหนึ่งไว้ "ท่านยาย ของที่เหลือเราไปให้ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านเถิด ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านแบ่งของเก่งที่สุดแล้ว ให้ท่านแบ่งให้ปู่ย่าคนอื่น ๆ สักหน่อย พอกินแล้วก็จะมีเรี่ยวแรง"
ยายหลิ่วแบ๊ะนึกถึงบรรดาผู้เฒ่าที่นอนรอความตายตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน และเสียงโม่แป้งในหมู่บ้านที่เงียบสงัดมาเนิ่นนาน
หยาหยาเกาะกรอบประตู เอ่ยเสียงเบา "ท่านยาย พอทุกคนมีเรี่ยวแรง ก็จะได้ไถดินปลูกผัก ลุงจ้าวเองก็จะได้เข้าป่าไปหาของกินอีกครั้ง พวกเราก็ไม่ต้องรอตายแล้ว หยาหยาอยากให้ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน"
วาจานี้ราวกับเข็มแหลมทิ่มแทงใจยายหลิ่วแบ๊ะจนปวดแปลบ
นางจะไม่คิดเช่นนั้นได้อย่างไร แต่ว่าความลับของถุงหอมนั่นคือรากฐานชีวิตของหยาหยา
คนชรา สตรี เด็ก และผู้พิการอีกสิบกว่าชีวิตที่เหลือในหมู่บ้าน ต่างเคยป้อนข้าวป้อนน้ำให้หยาหยามาแล้วไม่มื้อใดก็มื้อหนึ่ง พูดได้ว่าหยาหยาเป็นลูกหลานร่วมของหมู่บ้านเหอฮวา ผู้คนล้วนดีต่อนางด้วยใจจริง
แต่จิตใจของคนที่หิวโหยถึงขีดสุด ใครเล่าจะกล้าเดิมพัน?
หากทุกคนรู้ว่าหยาหยาสามารถหาอาหารได้ กระทั่งหาเกลือได้ ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีใครบีบบังคับให้เด็กน้อยไปยังสถานที่แปลกถิ่นครั้งแล้วครั้งเล่า?
นางนึกจะเอ่ยปากปิดบังไว้ อยากซ่อนของกินพวกนี้ แล้วแอบกินประทังชีวิตกันกับหยาหยาเพียงลำพัง แต่น้ำเสียงนุ่มนิ่มของหยาหยากลับคลอเคลียเข้ามาอีก "ท่านยาย หยาหยาไม่อยากเห็นใครจากไป"
ยายหลิ่วแบ๊ะดึงตัวหยาหยามาไว้ ให้นางนั่งบนตักตัวเอง แล้วเม้มริมฝีปากพลางอธิบายแยกแยะเหตุผลทีละคำ ๆ "เด็กดี ไม่ใช่ยายใจแคบหรอก แต่ที่มาของของกินนี้พิเศษเกินไป มีเพียงเจ้าคนเดียวที่ไปที่นั่นได้ ยายเคยลองแตะถุงหอมดูแล้ว มันไร้ผลใด ๆ เลย นี่เป็นวาสนาเฉพาะของเจ้า
สถานที่แห่งนั้นเป็นดินแดนแปลกหน้า จะมีสัตว์ร้ายหรือคนชั่วหรือไม่ ยายไม่รู้ทั้งนั้น เจ้าไปที่นั่นครั้งหนึ่ง เท่ากับเพิ่มอันตรายให้ตนเองอีกขั้นหนึ่ง"
"หากคนในหมู่บ้านรู้เข้า พวกเขาหิวโหยจนสุดขั้วแล้ว จะบีบบังคับให้เจ้าไปครั้งแล้วครั้งเล่าหรือไม่? จะมีใครมาแย่งถุงหอมของเจ้าหรือไม่? เด็กดี ยายกลัวเจ้าจะเป็นอะไรไป"
หยาหยาชะงักไปเล็กน้อย มือน้อย ๆ กำชายเสื้อยายหลิ่วแบ๊ะแน่น "ท่านยาย หยาหยาเชื่อใจทุกคน ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านรักหยาหยาที่สุด ท่านปู่หวังยังเล่านิทานให้หยาหยาฟังด้วย ป้าหลินก็เย็บเสื้อผ้าให้หยาหยา ลุงจ้าวก็คอยปกป้องหยาหยา พวกเขาล้วนเป็นคนดี"
นางยืดอกน้อย ๆ พูดอย่างจริงจังชัดถ้อยชัดคำ "หยาหยาโตมาด้วยข้าวปลาอาหารของในหมู่บ้าน เป็นคนในหมู่บ้านที่เลี้ยงดูหยาหยามา บัดนี้ทุกคนหิวโหย หยาหยาสามารถหาอาหารได้ หยาหยาก็จะเลี้ยงดูทุกคน เช่นเดียวกับที่ทุกคนเคยเลี้ยงดูหยาหยามาก่อน หยาหยาเป็นลูกสาวของหมู่บ้านนะเจ้าคะ"
คำพูดของเด็กช่างเรียบง่ายบริสุทธิ์ ในแววตาเปี่ยมด้วยความไว้วางใจไร้มลทิน
ใจของยายหลิ่วแบ๊ะที่กำลังรวนเรบิดเป็นปมแน่น
หากปิดบัง ก็เป็นการปกป้องหยาหยา แต่มองดูชาวบ้านทั้งหมู่บ้านทยอยเดินไปสู่ทางตัน นางก็จะรู้สึกผิดชอบชั่วดีไม่ได้
หากบอกไป ก็เป็นการช่วยหมู่บ้าน แต่อันตรายที่หยาหยาจะต้องเผชิญนั้น นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด
นางเงียบไปราวครึ่งธูป ในที่สุดจึงถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นลูบเส้นผมหยาหยาเบา ๆ ความขัดแย้งในแววตาค่อย ๆ จางหายไป
นางลุกขึ้นยืน รวบรวมของกินที่หยาหยานำกลับมาลงในผ้าห่ออย่างระมัดระวัง มัดเป็นห่อเล็ก ๆ แล้วจูงมือน้อย ๆ ของหยาหยา "ไปเถิด เด็กดี ยายพาเจ้าไปหาท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน แต่จำไว้นะ พอเจอท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน บอกแค่ว่าไปเก็บของกินมาได้ ห้ามเอ่ยถึงถุงหอม ห้ามเอ่ยถึงสถานที่แห่งนั้น เข้าใจไหม?"
แววตาหยาหยาเป็นประกาย พยักหน้าหงึก ๆ มือน้อย ๆ จับมือยายหลิ่วแบ๊ะไว้มั่นคง ส่วนอีกมือหนึ่งก็ยังไม่ลืมที่จะประคองห่อของกินนั้นไว้
ในฝ่ามือของยายหลิ่วแบ๊ะเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ นางภาวนาอยู่ในใจ
คิดหวังเพียงว่าหัวใจของผู้คนจะยังเหมือนเมื่อแรกพบ หวังเพียงว่าในครานี้ จะเดิมพันชนะ
……
ผู้ใหญ่บ้านยังคงนั่งอยู่ข้างโม่หิน โก่งตัว พ่นควันจากกล้องยาเส้นเป็นจังหวะตามกลไก กระแทกกับแผ่นโม่หิน
เมื่อเห็นยายหลิ่วแบ๊ะจูงหยาหยามา จึงแย้มยิ้ม "ยายหลิ่ว อาการป่วยดีขึ้นหรือยัง? เมื่อครู่หยาหยายังพูดถึงเจ้า..."
หยาหยายิ้มกว้างให้ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน "ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน ยายดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ พวกข้านำของมาให้เจ้าค่ะ!"
ยายหลิ่วแบ๊ะมองหยาหยาผู้เบิกบานใจ นางถอนหายใจเฮือกยาว วางห่อผ้าเล็กลงบนแผ่นโม่หิน
ทันทีที่แก้มัดออก กลิ่นหอมของเนื้อต้มเครื่องยาจีน กลิ่นหอมหวานของขนมเปี๊ยะ และกลิ่นถั่วของแป้งข้าวโพดก็ตลบอบอวลไปทั่ว ผู้ใหญ่บ้านสูดจมูกฟุดฟิด สายตาจ้องเขม็งติดแน่นอยู่กับของกินพวกนั้น
"เป็นของที่หยาหยาไปเก็บมาได้" ยายหลิ่วแบ๊ะเก็บงำความกังวลในใจ น้ำเสียงพยายามให้มั่นคงที่สุด "ในป่าโล่งไม่รู้ว่าใครทำตกไว้ เด็กน้อยตาดี เก็บมาได้บ้าง พวกข้าสองคนกินไม่หมด คิดว่าหยิบมาแบ่งให้ทุกคน แก้หิวไปก่อน"