หลี่เยวี่หรูทนไม่ได้ทันที
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
พวกเขามารักษาโรค ส่งเงินให้ แถมยังชวนพวกเธอกินข้าวด้วย สุดท้ายกลับจะมาแย่งงานของหล่อน
ซักผ้าทำอาหารก็ว่าไปอย่าง แต่จะให้ช่วยอุ่นเตียงด้วย แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด
งานนี้เป็นของหล่อน ใครก็แย่งไปไม่ได้
“เยว่เอ๋อ ก็แค่กินข้าวมื้อเดียวเอง ไม่ได้ร้ายแรงอะไรขนาดนั้น กินเสร็จแล้วพวกคุณก็กลับบ้านเถอะ”
หลี่เยวี่หรูพูด ดูท่าคงใจดีเกินไปไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นงานของหล่อนคงถูกแย่งไปหมด
“หลินเฉิน ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”
จู่ ๆ หลินต้าชุนก็ตะโกนอยู่ข้างนอก พวกเขากลับมาถึงหมู่บ้านแล้ว แถมยังมาหาถึงหน้าบ้าน
โหงวเกอกับพรรคพวกอีกหลายคนมีใบหน้าบวมปูดเหมือนหัวหมู พวกเขายังพยายามวางท่าขรึม แต่ใบหน้าแบบนั้นดูตลกเสียจนคนเห็นอดหัวเราะไม่ได้
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!
ต้าเฮยพุ่งออกไปทันที ตั้งใจจะทำตัวให้ดี หวังว่ามื้อกลางวันจะได้กินเนื้อเพิ่มสักสองชิ้น
แต่พอเห็นกระบองตีหมาในมือโหงวเกอกับพวก มันก็หางจุกตูดวิ่งกลับมาทันที คิดว่ากินเนื้อน้อยลงสองชิ้นก็คงไม่ถึงตาย
“ใครน่ะ? กินข้าวอยู่ดี ๆ ยังไม่ให้กินกันอย่างสงบอีก”
หลินเฉินเดินออกไป เขาฟังออกแล้วว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร ดูท่าเจ้านี่วันนี้จะมาหาเรื่องให้โดนซ้อมอีกแล้ว
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!
ต้าเฮยวิ่งตามออกไปเห่าอีกระลอก นี่แหละที่เรียกว่าหมาอาศัยบารมีเจ้าของ
“โหงวเกอ เป็นมันครับ”
“หุบปาก ฉันรู้อยู่แล้ว”
“ตอนนี้มันคงจำพวกเราไม่ได้หรอกมั้ง”
พอโหงวเกอกับพวกเห็นหลินเฉิน ทุกคนก็พากันตะลึง ยังดีที่ตอนนี้หน้าบวมเหมือนหัวหมู เปลี่ยนไปจากเดิมจนแทบจำไม่ได้
