จวงหว่านนอนอยู่ข้างกายอวิ๋นเหิง หมุนเวียนพลังวิญญาณ ขับไล่ไอเย็นบนผิวกายให้นาง
อวิ๋นเหิงให้นางดูแลเซี่ยฉางอิน ดูแลยอดเขาหยกน้ำค้าง
นางดูแลอย่างสุดความสามารถ และถือเป็นหน้าที่ของตน
เมื่อครั้งทำพันธสัญญากับอวิ๋นเหิง ทั้งสองมิได้สาบานต่อวิถีสวรรค์
อวิ๋นเหิงเปิดทางถอยให้แก่นาง
การดูแลผู้ใกล้ตายมิใช่เรื่องง่าย จวงหว่านจึงพร้อมจะไปจากนาง จากยอดเขาหยกน้ำค้างได้ทุกเมื่อ
จวงหว่านย่อมไม่ไป แม้ต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลทุกค่ำคืน ก็ไม่มีวันทอดทิ้งอวิ๋นเหิงในยามนี้
แรงกดดันนี้มิใช่เพียงเผชิญหน้ากับอวิ๋นเหิงที่อาจดับดิ้นได้ทุกเมื่อ แต่ยังเพราะมีเซี่ยฉางอินอยู่ข้างกายด้วย
หากวันใดอวิ๋นเหิงไม่อยู่แล้ว จวงหว่านพอจะคาดเดาจุดจบของตนได้
เมื่อนั้น สิ่งแรกที่เซี่ยฉางอินทำ คงชักกระบี่สังหารนางเป็นแน่
จวงหว่านไม่ใส่ใจ
ไร้อวิ๋นเหิง นางก็ยินดีจากไปพร้อมกับอวิ๋นเหิง
กำลังคิดอยู่ แขนที่อวิ๋นเหิงโอบรอบนางพลันกระชับแน่นขึ้นหลายส่วน
จวงหว่านถามเบา ๆ ว่า “หนาวหรือ?”
“ไม่หนาว”
“แล้วเป็นอะไรไป?”
อวิ๋นเหิงเอ่ยเสียงแผ่ว “ข้าอยากให้เจ้าพาข้าออกไปข้างนอก”
จวงหว่านนิ่งไปชั่วขณะ
หวนทบทวนหลายปีมานี้ นางไม่เคยมีความคิดอยากครอบครองอวิ๋นเหิงแต่ผู้เดียวเลย
จันทร์กระจ่างกลางนภา ก็ควรแขวนอยู่บนฟ้าสูง ให้ผู้คนแหงนมอง
รัศมีสว่างนั้นจะส่องต้องกายได้สักเพียงไหน ควรไขว่คว่าด้วยตนเอง หาใช่เอื้อมมือเด็ดมันลงมา
อวิ๋นเหิงไม่ควรร่วงโรย ไม่ควรถูกพันธนาการ ไม่ควรถูกโรคภัยตรึงไว้บนเตียง
ไม่มีผู้ใดอยากให้อวิ๋นเหิงหายดี และกลับไปเป็นเทพเซียนอวิ๋นเหิงที่ผู้คนเคารพสักการะได้อีกครั้ง มากไปกว่านางอีกแล้ว
