หลายนาทีต่อมา ซูเชียนเชียนจึงค่อยได้สติจากอาการเหม่อลอย
ดูเหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้
เธอมองซูหยวน “พี่...”
“อือ”
“ที่พี่พูดเมื่อกี้ว่า หนูหายตัวไปเพราะถูกคติชนตนหนึ่งลักพาตัวไปใช่ไหม”
“จะเข้าใจแบบนั้นก็ได้” ซูหยวนพยักหน้า
“ตามที่พี่พูด คติชนเป็นสิ่งมีชีวิตที่คนธรรมดาไม่มีทางต่อกรได้เลย” แววตาของซูเชียนเชียนค่อย ๆ เปล่งประกายขึ้น “แล้วพี่...ช่วยหนูออกมาได้ยังไง”
“หรือว่า...”
ซูเชียนเชียนชะงักไป น้ำเสียงเจือแววหยั่งเชิงและตื่นเต้น
“พี่ก็ไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกันเหรอ”
“...ใช่” หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ซูหยวนก็พยักหน้า
ด้วยความเร็วในการตอบสนองของเขาในตอนนี้ เขามีเวลามากพอจะวูบออกไปนอกห้องก่อนซูเชียนเชียนเปิดประตู
ทำแบบนั้นก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ให้น้องสาวเข้าใจผิดได้
แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น
ข้อมูลในหน่วยกวาดล้างระบุว่า เหตุการณ์คติชนเกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ถึงครั้งนี้เขาจะช่วยซูเชียนเชียนออกมาจากเงื้อมมือของวิญญาณอหังการได้
แล้วครั้งหน้าล่ะ
ถ้าเธอเจอเหตุการณ์คติชนอื่นอีก แล้วเขาไม่ได้อยู่ข้าง ๆ จะทำอย่างไร
ในเมื่อไม่ช้าก็เร็วเธอต้องรู้ว่าคติชนมีอยู่จริง สู้บอกความจริงให้รู้ตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า
อย่างน้อยก็จะได้ให้เชียนเชียนรู้วิธีปกป้องตัวเอง ก่อนจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์คติชนที่รับมือไม่ไหว
“หนูรู้อยู่แล้วว่าพี่ชายเก่งที่สุด!”
พอได้ยินซูหยวนยืนยัน ซูเชียนเชียนก็ร้องอย่างดีใจ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ
ราวกับบทสนทนาเรื่องคติชนและอันตรายเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
