ชายชราผมขาวสวมแจ็กเก็ตสีเข้มเดินเร็วรี่เข้ามา
เขานั่งลงบนที่ว่างข้างหวังเจี้ยน โน้มตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม
“พ่อหนุ่ม ซื้อหุ้นตัวไหนไว้เหรอ?”
“ทำกำไรได้ตั้งหนึ่งล้านเลยเหรอ?”
ความกระตือรือร้นที่จู่ ๆ ก็โถมเข้าใส่ทำให้หวังเจี้ยนชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปครึ่งวินาที
เดิมทีเขาแค่อยากอวดหลิงชิงเสวี่ยนิดหน่อย ใครจะคิดว่าจะมีคนเข้ามาถามเจาะลึกจริง ๆ
ที่สำคัญคือปกติหวังเจี้ยนไม่เคยดูตลาดหุ้นด้วยซ้ำ จะให้บอกชื่อหุ้นก็ยิ่งไม่ได้
สมองเขาหมุนเร็วจี๋ คิดว่าทองคงไม่มีทางผิดพลาด จึงโพล่งออกไปว่า
“ซื้อ...ทองคำ”
สายตาของชายชราพลันเปลี่ยนไป แววชื่นชมเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความรังเกียจในทันที
เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ น้ำเสียงเจือความดูแคลนแบบคนเจนสนาม
“พ่อหนุ่ม โกหกกันแบบนี้ไม่ได้นะ”
“ฉันศึกษาตลาดหุ้นมาตั้งแต่อายุสามสิบแล้ว”
“ทองคำน่ะ มันมั่นคงจะตายไม่ใช่หรือ?”
“แล้วจะทำกำไรได้ตั้งล้านได้ยังไง?”
พูดถึงตอนท้าย ชายชราก็หัวเราะเยาะออกมา
หวังเจี้ยนถูกโต้กลับจนหน้าแดงสลับซีด แทบอยากหารอยแยกบนพื้นรถให้มุดหนีลงไปเดี๋ยวนั้น
ผู้โดยสารอีกหลายคนบนรถต่างหันมามอง มุมปากกับหางตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปิดไม่มิด
พวกเขารู้สึกว่าค่าตั๋วรถเที่ยวนี้คุ้มเกินราคาแล้ว นอกจากจะพาไปถึงใจกลางเมือง ยังได้ดูละครสั้นกลางถนนฟรีอีกด้วย
บางคนถึงกับหันไปกระซิบกับเพื่อนข้าง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความสมน้ำหน้า
กู้หยวนที่นั่งอยู่แถวหลังหันหน้าหนี ไหล่สั่นเบา ๆ เขาพยายามกลั้นเสียงหัวเราะจนตัวสั่นไปทั้งร่าง
