ปลายนิ้วของหลิงชิงเสวี่ยชะงัก เธอเอียงศีรษะมองกู้หยวน แววตาฉายแววสงสัยเล็กน้อย
กู้หยวนขมวดคิ้ว จ้องใบหน้าอันยับเยินของซุนฉงซานอย่างเงียบงันอยู่หลายวินาที
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ลงมือ ซุนฉงซานก็เหมือนคว้าความหวังสุดท้ายเอาไว้ได้ จึงเอ่ยขอร้องว่า
“ไว้ชีวิตฉันสักครั้งเถอะ ฉันจะจัดการทุกเรื่องให้เรียบร้อย... ขอสาบานในนามบรรพบุรุษทุกคนของตระกูลซุน”
ฝนยังคงตกอยู่
กู้หยวนมองเขา
ผ่านไปครู่ใหญ่ จู่ ๆ กู้หยวนก็ยิ้มออกมา แล้วเก็บบัตรเครดิตใส่กระเป๋า
“คุณปู่ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคุณถึงร่ำรวยได้”
“เอาตามนี้ก็แล้วกันครับ”
ซุนฉงซานรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที ความยินดีราวกับรอดพ้นจากหายนะพุ่งจากฝ่าเท้าขึ้นไปถึงกระหม่อม
เขากัดฟัน ก้มหน้าอย่างนอบน้อม แต่ในใจกลับด่ากราด
【ไอ้เด็กเวร... รอให้พวกแกไปก่อนเถอะ ฉันจะให้คนวางยาพิษพวกแก แล้วก็ฝังระเบิดไว้ในบ้าน】
【ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะฆ่าพวกแกไม่ได้】
แต่กู้หยวนยังคงยิ้มมองเขาอยู่
รอยยิ้มนั้นดูอ่อนโยนไร้พิษภัย ทว่ากลับทำให้แผ่นหลังของซุนฉงซานเย็นวาบ
ทั้งที่เป็นชายหนุ่มอายุแค่สิบแปดสิบเก้าปีแท้ ๆ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น
กลับเหมือนความเจนจัดของคนที่มีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี
กู้หยวนไม่ได้รีบจากไป กลับเอื้อมมือดึงซุนฉงซานขึ้นจากพื้นโคลน
เขาพาซุนฉงซานเดินกลับไปทีละก้าวยังข้างซากปรักหักพัง ศพพ่อบ้านชราที่ถูกฟันขาดเป็นสองท่อนยังคงนอนอยู่ตรงนั้น
เลือดถูกสายฝนชะล้างจนเจือจาง
