เด็กหนุ่มวัยรุ่นกันทั้งนั้น ที่บ้านไม่ขาดอะไร คิดเดิมพันกันก็มีแต่จะหักหน้ากัน ทำให้อีกฝ่ายขายหน้า
“ใครแพ้ ก็อัดคลิปยอมรับความพ่ายแพ้ลงทุกแพลตฟอร์มโซเชียลของตัวเอง”
เด็กหนุ่มมั่นใจว่าลู่ฉือสู้ตัวเองไม่ได้
ก่อนหน้านี้เรื่องที่ลู่ฉือกับลูกชายรองอธิบดีเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น แม้แต่รองอธิบดียังก้มหัวให้ลู่ฉือโดยไม่รู้สาเหตุ ถ้าวันนี้เขาชนะลู่ฉือได้...
เด็กหนุ่มเหมือนจะเห็นภาพลู่ฉือออกมาประกาศยอมแพ้ให้เขาทางออนไลน์แล้ว มุมปากยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว
ลู่ฉือเลิกคิ้ว “แน่ใจนะว่าจะเดิมพันด้วยเรื่องนี้”
ในตาเด็กหนุ่มมีประกายย่ามใจและตื่นเต้น “ไง กลัวแล้วล่ะสิ”
ลู่ฉือไม่ได้กลัว แค่รู้สึกว่าบทลงโทษนี่น่าเบื่อเกินไปจนแทบไม่มีกะจิตกะใจจะเอาชนะ
“ไม่คลานรอบสนามอีกสักสองสามรอบหรือไง”
อาจเพราะน้ำเสียงของลู่ฉือดูสบายๆ เกินไป เด็กหนุ่มจึงมีแววเหม่อลอยวูบหนึ่งบนใบหน้า
แต่ไม่นานเขาก็ตั้งสติได้อีกครั้ง พึมพำเบาๆ “ข่มขู่ให้กลัว”
จากนั้นก็กำไม้เทนนิสแน่น ประกาศเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน “ตกลง! ถ้าแพ้ต้องคลานรอบสนามนี้สองรอบ คลานไปก็พูดยอมแพ้ไป สุดท้ายก็อัดคลิปลงเน็ต!”
การแข่งของพวกเขาไม่ได้เข้มงวดเหมือนแข่งเทนนิสทางการ ใช้วิธีง่ายๆ เลยคือในยี่สิบนาทีใครทำแต้มได้มากกว่าก็ชนะ
เด็กหนุ่มบิดคอไปมา ยืดเส้นยืดสาย
เขาเรียนเทนนิสมาสองปีแล้ว ขนาดโค้ชยังชมว่าตีดี
คราวนี้มาตีกับไอ้คนบ้านนอกที่ไม่เคยแตะเทนนิสเลย สบายมาก
เฉินโย่วเซวียนตอนแรกก็ลังเลคิดจะห้าม ตอนนี้เขาจับทางไม่ถูกว่าลู่ฉือคิดจะทำอะไร ไม่อยากมีเรื่องกับลู่ฉือสุ่มสี่สุ่มห้า แต่พอเห็นสีหน้าเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมของเด็กหนุ่ม ก็ได้แต่กัดริมฝีปาก ปล่อยมือที่ยึดอีกฝ่ายไว้เงียบๆ
