ระหว่างทางกลับ เสิ่นเจ๋อเหวินเงียบขับรถไม่พูดอะไร
อุณหภูมิแอร์ในรถกำลังพอดี
ลู่ฉือนั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อยอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าตั้งแต่ขึ้นชั้นประถมปีที่หนึ่งแล้วตัวเองก็ไม่เคยนั่งหลังตรงขนาดนี้มาก่อน
พอหลังจากนั้นหลังเริ่มเมื่อยนิดหน่อย
ลู่ฉือแอบชำเลืองมองเสิ่นเจ๋อเหวินสองที แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายลง เอนตัวไปทางขวาพิงประตูรถ หันตัวเล็กน้อย แล้วคิดว่าตัวเองแนบเนียนจึงหยิบโทรศัพท์ออกมา
หารู้ไม่ว่าตอนที่เขาหยิบโทรศัพท์ออกมานั้น กระจกรถก็เริ่มสะท้อนแสงพอดี
ตอนติดไฟแดง เสิ่นเจ๋อเหวินมองดูเงียบๆ อยู่พักใหญ่ เห็นลู่ฉือใช้นิ้วจิ้มไปมาบนโทรศัพท์เบาๆ พร้อมกับขยับตัวไปมาตลอด
ลู่ฉือเปิดแอปบันทึก แล้วเลือกๆๆ จากวิธีที่จดไว้เมื่อกี้
ซุนเจี๋ยบอกว่าตอนง้อคนอื่นสามารถอ้อนได้ ข้อนี้เขาเป็นอันแรกเลยที่กากบาททิ้ง
การอ้อนน่ะช่างเถอะ เขาทำไม่เป็น
ซุนเจี๋ยยังบอกอีกว่าเขาง้อภรรยาทุกครั้งจะซื้อดอกไม้สวยๆ ให้ เป็นการสร้างคุณค่าทางอารมณ์
ลู่ฉือจ้องข้อนี้นิ่งอยู่เนิ่นนานอย่างลังเล
เสิ่นเจ๋อเหวินเป็นอัลฟา การง้ออัลฟาก็ต้องซื้อดอกไม้ด้วยเหรอ
ช่างเถอะ ซื้อก็ซื้อ ใครบอกว่าอัลฟาไม่เอาดอกไม้ อัลฟาก็อาจจะชอบดอกไม้เหมือนกันนะ อัลฟาบางคนยังชอบใส่กระโปรงเลย
ต่อมาก็คือ…
เรียกสิ่งที่อีกฝ่ายชอบฟัง แสดงออกให้ดูมีความรับผิดชอบมากขึ้น รับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเองตอนอยู่กับอีกฝ่าย
วันนี้กางเกงที่ลู่ฉือใส่สั้นไปหน่อย พอนั่งลงมาก็เห็นข้อเท้า ถึงแม้ในรถจะเปิดแอร์ก็ยังหนาวนิดๆ ขาทั้งสองข้างไขว้กันตามสบาย แล้วถูไถไปมาโดยไม่รู้ตัว
ก็ไม่รู้ว่าเสิ่นเจ๋อเหวินชอบฟังอะไร ข้อนี้ก็ผ่านไปเหมือนกัน ข้ออื่นๆ พอจะพิจารณาได้อยู่
