แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้ว ยังกล้าให้อัลฟ่าช่วงติดสัดหมายหัวตัวเองอีก
เป็นหมาหรือไม่นั้นเสิ่นเจ๋อเหวินไม่รู้ เขารู้แค่ว่าถ้าคืนนี้ปลอกคอควบคุมการหลั่งฟีโรโมนไม่ทำงานขึ้นมาชั่วคราว อาจเกิดเรื่องร้ายแรงกว่านี้ได้
เสิ่นเจ๋อเหวินโน้มตัวไปหยิบกระดาษทิชชู่
ลู่ฉือพิงประตูรถอย่างหมดแรง ส่ายหน้าอย่างไม่ค่อยมีน้ำหนัก "ไม่ต้อง ไม่ได้ร้องไห้"
ต้นคอด้านหลังถูกเสื้อปิดไว้ครึ่งหนึ่ง บนคอที่โผล่ออกมารางๆ เห็นรอยเขี้ยวกัดสีแดงเข้ม
การหมายหัวชั่วคราวได้ผลดีมาก ความร้อนรุ่มในร่างกายเริ่มจางลงในทันทีที่หมายหัวเสร็จ ร่างกายก็ไม่สั่นเทาจนควบคุมไม่ได้อีกต่อไป
ถึงคอจะเจ็บแปลบๆ แต่ไม่รุนแรง อยู่ในระดับที่ทนได้
ฟีโรโมนสองสายในรถพันกันยุ่งจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร เสิ่นเจ๋อเหวินใช้ปลายลิ้นแตะที่เขี้ยวเงียบๆ ลิ้มรสหวานคาวจางๆ
"ครั้งนี้เป็นเหตุฉุกเฉิน ต่อไปอย่าพูดแบบนี้กับอัลฟ่าช่วงติดสัดอีกรวมถึงฉันด้วย"
เสิ่นเจ๋อเหวินค่อยๆ เก็บฟีโรโมนรอบตัวกลับ ปลอกคอตรวจพบว่าสภาพของเขาสงบลงแล้ว ก็ค่อยๆ คลายออกทีละนิด จนเกิดรอยรัดชัดเจนตรงคอ
ลู่ฉือฟื้นขึ้นมาแล้ว เลียริมฝีปากที่แห้ง "คุณเองก็ไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนกันเหรอ"
เสิ่นเจ๋อเหวินมองเขาอย่างสื่อความหมายไม่ชัด "ฉันน่ะไม่มั่นใจในตัวนาย"
พูดไม่คิดหน้าคิดหลัง ไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา
โชคดีที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายของช่วงติดสัดของเขา ไม่งั้นแค่ปลอกคอคงกดไว้ไม่อยู่จริงๆ
ตอนนี้ทั้งสองคนเต็มไปด้วยกลิ่นฟีโรโมนยุ่งเหยิง ออกไปเดินข้างนอกคงไม่เหมาะ
สุดท้ายลู่ฉือก็ขึ้นตึกมาโดยอาศัยการประคองของเสิ่นเจ๋อเหวิน
ตอนนี้เขาพอมีแรงขึ้นมาบ้างแล้ว จะเดินกระเผลกหรือเขย่งขาเดียวเข้าลิฟต์เองก็ได้ ก็เลยไม่ต้องลำบากให้เสิ่นเจ๋อเหวินอุ้ม
