คนขับนั่งอยู่ในรถกำพวงมาลัยแน่น ทั้งเป็นห่วงเสิ่นเจ๋อเหวินว่าจะเกิดเรื่องและต้องเชื่อฟังคำสั่งของเสิ่นเจ๋อเหวิน ไม่นานก็ร้อนใจจนหัวหมุน
โชคดีที่สิบนาทีต่อมา ร่างของเสิ่นเจ๋อเหวินปรากฏที่ทางออกของตรอกเล็ก ชายวัยกลางคนที่ถูกเขาลากเข้าไปกลับไม่ได้ออกมาด้วย
เสิ่นเจ๋อเหวินเปิดประตู คนขับรู้สึกว่าอุณหภูมิในรถลดลงไปหลายองศา พอเห็นมีดพับที่เสิ่นเจ๋อเหวินทิ้งบนเบาะ เหงื่อเย็นก็ผุดพรายที่กลางหลัง
"นายน้อย เมื่อกี้เป็นใครกันแน่ คุณไม่เป็นไรนะ"
"ไม่เป็นไร"
คนขับแอบมองกระจกหลังตลอด เห็นอารมณ์เสิ่นเจ๋อเหวินไม่ดีจึงไม่ถามต่อ
ครู่หนึ่ง คนขับก็บ่นพึมพำทำลายบรรยากาศอึมครึมในรถ "ฟ้าครึ้มเชียว ลมข้างนอกก็แรงยังกะบ้า อีกเดี๋ยวคุณไปกินข้าวกับเพื่อนเอาผ้าพันคอในรถติดไปด้วย เดี๋ยวกลางคืนหนาวจัด ใกล้เสร็จก็ส่งข้อความบอกผมนะ ผมจะเปิดแอร์ในรถไว้ก่อน"
"อืม"
ในโรงเรียนมีเสียงออดดังแสบแก้วหู ถ้วยอ้าวเฉียวที่สนามสอบนี้สอบเสร็จแล้ว
ไม่นานคนก็ทยอยเดินออกจากวิทยาเขต
รอบตัวส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแบกเป้สองข้าง แต่ลู่ฉือมีแค่ปากกาด้ามหนึ่งใส่กระเป๋ากางเกง มือเปล่าเดินออกมาดูแปลกตาหน่อยๆ แถมเหมือนอวดเก่งนิดๆ
แต่ความจริงเขาไม่มีซองปากกาไม่มีกระเป๋าจริงๆ แถมขี้เกียจซื้อ เพราะอย่างไรต่อไปก็ไม่ได้ใช้แล้ว
