“รายงานอาหารเช้า ไข่ตุ๋นหมูสับ เสี่ยวหลงเปาใส้แน่นหนึ่งเข่ง นมถั่วเหลืองสดบดไม่ใส่น้ำตาลหนึ่งแก้ว อาหารกลางวัน เนื้อน่องไก่ลอกหนัง ซุปซี่โครงหมูใส่ฟักเขียว ปลานึ่ง และบล็อกโคลี…”
เสิ่นเจ๋อเหวินนั่งอยู่ที่โต๊ะ ฟังเจ้า 250 รายงานประจำวันไปด้วย มือก็เขียนขั้นตอนการแก้โจทย์ไปด้วย
ข้างมือเขามีกระถางมินต์ที่ปลูกในบ้านวางอยู่ใบเล็ก ๆ
นี่เป็นสิ่งที่คนรับใช้ยกเข้ามาตามคำสั่งของเสิ่นเจ๋อเหวิน ในวันที่สองของช่วงติดสัด ซึ่งเป็นตอนที่ฟีโรโมนปั่นป่วนรุนแรงที่สุด
ต่อให้ปกติควบคุมตัวเองได้ดีแค่ไหน เก็บกดอารมณ์ได้ดีเพียงใด พอถึงเวลาที่ควบคุมไม่ได้จริง ๆ ระดับ S ก็ต้องยอมสยบต่อสัญชาตญาณ
เสิ่นเจ๋อเหวินต้องยอมรับว่า ไม่ใช่แค่ลู่ฉือที่สนใจฟีโรโมนของเขา แต่จริง ๆ แล้วเขาก็ชอบกลิ่นฟีโรโมนของลู่ฉือมากเหมือนกัน
ตอนนี้ลู่ฉือระดับต่ำ ควบคุมฟีโรโมนได้ไม่ดีนัก บางครั้งพอเข้าใกล้ กลิ่นมินต์เย็น ๆ สดชื่นก็จะพัวพันเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว
เดิมทีการย้ายกระถางนี้เข้ามาก็ไม่ได้หวังให้ช่วยอะไรได้มาก นอกจากทำให้ตื่นตัวขึ้นหน่อย เพราะกลิ่นมินต์ของจริงยังไงก็ต่างจากกลิ่นฟีโรโมน
แต่คาดไม่ถึงว่าเสิ่นเจ๋อเหวินได้กลิ่นสดชื่นนี้แล้ว อารมณ์ที่ทั้งหงุดหงิดและกระวนกระวายจะผ่อนคลายลงไปได้มากทีเดียว
เสิ่นเจ๋อเหวินโทรหาเสิ่นลั่ว ให้เธอนำตัวอย่างฟีโรโมนที่สกัดจากตัวลู่ฉือในโรงพยาบาล และตัวอย่างฟีโรโมนของเขาเองไปตรวจสอบความเข้ากันได้
ผลการตรวจคือ 78%
เสิ่นลั่วบอกว่า เนื่องจากต่อมของลู่ฉือเคยได้รับบาดเจ็บ ผลนี้จึงไม่มีค่าอ้างอิงมากนัก
แต่ที่แน่ ๆ คือ ความเข้ากันได้ที่แท้จริงของเสิ่นเจ๋อเหวินกับลู่ฉือน่าจะสูงมาก เพราะไม่เคยเห็นระดับ F คนไหนเข้ากับระดับ S ได้ขนาดนี้
