ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมา ลู่ฉือเองก็ตกใจไม่น้อย
สิ่งที่เขาอยากครอบครองมีไม่มาก ชาติก่อนคือความสนใจและความรักจากเฉินฉีหมิงกับจู้หวั่นชิง ชาตินี้คือร่างกายที่แข็งแรงกับกิจการของตัวเอง
เขาไม่เคยคิดอยากครอบครองใครเลย
แต่เมื่อเสิ่นเจ๋อเหวินมาถึงอำเภอเล็ก ๆ อันห่างไกลแห่งนี้ ปรากฏตัวในโทรศัพท์ของเขา จู่ ๆ เขาก็อยากเก็บเสิ่นเจ๋อเหวินไว้ในโลกของตัวเองตลอดไป
ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต
เสิ่นเจ๋อเหวินลุกขึ้นยืนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาสักพัก เขาก็หันกลับมามอง สายตาประสานกับลู่ฉือผ่านโทรศัพท์
ลู่ฉือสะดุ้งตื่น มือสั่นเล็กน้อย
ภาพถ่ายที่พื้นหลังเบลอเล็กน้อยถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์
“กำลังถ่ายแมวน้อยอยู่เหรอ”
“อืม…”
ลู่ฉือเก็บโทรศัพท์ กดทับอารมณ์ที่ขึ้นลงราวกับคลื่น
ในพุ่มไม้ใกล้ ๆ มีเสียงกรุบกริบ แมวอีกตัวซ่อนอยู่ข้างหลังแอบมองมาทางนี้ แมวน้อยที่ถูกเสิ่นเจ๋อเหวินลูบเคล้าจนสบายตัวชูนหูขึ้นอย่างระแวดระวัง
ที่นี่เป็นเขตของมัน เมื่อเห็นผู้บุกรุก มันก็พุ่งออกไปราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง
ไม่นาน แมวสองตัวก็ไล่จับกันหายไปไหนก็ไม่รู้
บ้านเดิมของลู่ฉืออยู่ตรงชายขอบอำเภอ เลยออกไปก็เป็นทุ่งนาและหมู่บ้าน
ใกล้วันตรุษจีน มีคนที่ออกไปทำงานหรือค้าขายต่างถิ่นทยอยกลับมาแล้ว รถบนถนนในอำเภอจึงมากกว่าปกติ
ข้างทางก็เริ่มมีคนมาตั้งขายคู่กลอนอักษรจีนสีแดงสด บางคนก็ออกมาขายงานฝีมือต่าง ๆ ตั้งใจจะหาเงินเพิ่มก่อนปีใหม่
เดินผ่านรถเข็นเล็ก ๆ ของคุณยายคนหนึ่ง เสิ่นเจ๋อเหวินก็ชะงักไปเล็กน้อย
ลู่ฉือมองตามไป
คุณยายนั่งบนเก้าอี้เตี้ย ๆ ข้าง ๆ มีกระจาดใหญ่ใส่ลูกโอ๊กที่เก็บมาจากป่าและบนเขา มือถือเชือกสีน้ำตาลเข้มกำลังร้อยลูกโอ๊กเป็นสร้อยคอ
