แม้ว่าชาติก่อนจะไม่เคยมีแฟน แต่ลู่ฉือก็ไม่ใช่คนใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
ถ้าคิดตามจริง อายุใจของเขาตอนนี้แก่กว่าเสิ่นเจ๋อเหวิน เรื่องบนเตียงของเอโอก็รู้หมด
จำได้ลาง ๆ ว่าหลังจากเขาสร้างผลงานในบริษัทช่วงชาติก่อน ยังมีคนอยากส่งคนมาให้เขาไม่น้อยเลย
เขาเคยเจออัลฟ่าหลากหลายรูปแบบ พวกนั้นพูดคำหวานในงานเลี้ยงได้เป็นชุด ๆ ทั้งเอาอกเอาใจ ทั้งประจบประแจง ทั้งตรงไปตรงมา
ทั้งที่เคยชินแล้ว ยังไงมันก็แค่คำธรรมดา ๆ มาเรียงต่อกัน ความหมายก็เดิม ๆ
แต่พอประโยคตรง ๆ ห้วน ๆ แบบนี้หลุดจากปากเสิ่นเจ๋อเหวิน สีหน้าของลู่ฉือก็ว่างเปล่าไปชั่วขณะ
อัลฟ่าด้านหลังปล่อยแรงกดดันรุนแรงมาก
ลู่ฉือสำลักตัวเองจนไอจนใบหูแดงระเรื่อทั้งที่แนบกับบานประตู
"พี่เสิ่น..." ลู่ฉือหอบหายใจสองครั้ง ยิ้มแห้ง ๆ "เดี๋ยวก่อน..."
ทว่าเสิ่นเจ๋อเหวินเหมือนจะแก้เผ็ดเขา อ้าปากงับลงไปตรง ๆ
ความเจ็บแปลบแหลมคมแล่นปราด
ลู่ฉือซบหน้าลงกับเสื้อขนเป็ดตัวกว้าง ตรงหน้าเป็นสีดำมืด
ยังไม่ทันตั้งสติจากความตกใจเมื่อครู่ได้เต็มที่ ครู่ต่อมาขอบตาก็ร้อนผ่าว
"เบา..."
แขนของเสิ่นเจ๋อเหวินลัดมาจากข้างหน้า รวบแขนทั้งสองข้างของเขาแนบกับลำตัว
ลู่ฉือเพิ่งสั่นสะท้านพ่นออกมาได้คำเดียว "หน่อย" ยังไม่ทันหลุดจากปาก มือที่กดท้ายทอยเขาอยู่ก็ปิดปากเขาเสียแล้ว
ลู่ฉือตาเบิกกว้าง รูม่านตาสั่นระริก
ท่านี้ทำให้ทั้งร่างเขาขยับไม่ได้เลย แม้แต่การยกแขนง่าย ๆ ก็ทำไม่ได้ เส้นประสาททุกเส้นต่างร่ำร้องให้ยอมจำนนและพึ่งพิง
รู้งี้เสิ่นเจ๋อเหวินจะกัดแรงขนาดนี้ เขาคงทนเจ็บเงียบ ๆ ดีกว่า
ในดวงตาของเสิ่นเจ๋อเหวินมีประกายที่ถูกกดกลั้นวูบวาบ
ปลายจมูกแนบกับลำคอของคนตรงหน้า ทุกครั้งที่ปล่อยฟีโรโมนเข้าไป ก็อดไม่ได้ที่จะสูดกลิ่นหอมหวานชื่นใจในปริมาณพอ ๆ กันหรือมากกว่ากลับมา
