โชคดีที่เสิ่นเจ๋อเหวินไม่ได้พูดอะไร มือกวาดผ่านสมุดคัดลายมือของเด็กประถมหลายเล่ม ก่อนจะหยิบสมุดแบบฝึกหัดด้านล่างขึ้นมา
ลู่ฉือกระแอมแห้งๆ แอบโยนสมุดคัดลายมือกลับลงลิ้นชักมืดสนิทอย่างเงียบๆ
ติงเหว่ยหรี่ตามองสมุดแบบฝึกหัดในมือเสิ่นเจ๋อเหวิน
“พี่ลู่ โจทย์พวกนี้ที่พี่ทำฉันดูแค่คำถามก็ไม่เข้าใจแล้วนะ”
ลู่ฉือคิดว่าอย่าเพิ่งทำให้ติงเหว่ยตกใจดีกว่า จึงโกหกคลุมเครือไปว่า “เนื้อหาม.ต้น อาจจะพื้นฐานไปหน่อยนายเลยลืม”
ติงเหว่ยถอนหายใจ “อ้อ ว่าละ”
ลู่ฉือเลียริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน เผลอสบตากับเสิ่นเจ๋อเหวินเข้าให้ จึงรีบเบือนสายตาไปทางอื่น
เรื่องฉีดยาเมื่อวานยังติดตาอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าสุดท้ายเสิ่นเจ๋อเหวินสังเกตเห็นไหมว่าเขามีน้ำตาหยดหนึ่ง
พอคิดถึงตอนจบที่เดินจากไปอย่างน่าขายหน้าแบบนั้น หูของลู่ฉือก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีก
ก่อนหน้านี้เวลาเสียหน้าต่อหน้าคนอื่นไม่เคยรู้สึกอะไรเลย ชินชาไปหมดแล้ว
เขาเกือบจะคิดว่าตัวเองไม่มีศักดิ์ศรีแล้ว แถมยังมีหน้าด้านทนทานราวกับไม่รู้สึกรู้สาอีกด้วย
แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น
ดูท่าเขายังรักหน้าตัวเองอยู่บ้าง
ติงเหว่ยไม่มีอะไรทำ ก็เลยเปิดแบบฝึกหัดของตัวเองขึ้นมาทำ เพิ่งทำไปสองข้อก็เจอจุดที่ผ่านไม่ได้
ลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็รวบรวมความกล้า “พี่เสิ่น รบกวนสองนาทีได้ไหมครับ”
เดิมทีติงเหว่ยไม่ได้คาดหวังมากนัก ถึงขั้นกังวลว่าเสิ่นเจ๋อเหวินจะไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องถูกปฏิเสธ ไม่คิดว่าเสิ่นเจ๋อเหวินจะตอบว่า “ได้”
“!!!”
ติงเหว่ยรีบลุกขึ้น ใช้สองมือประคองแบบฝึกหัดยื่นให้ด้วยความเคารพ
แถมยังดันก้นให้ห่างออกไปสุดตัว กลัวว่าร่างกายจะบังแสงในห้องและรบกวนการดูโจทย์ของเสิ่นเจ๋อเหวิน
ติงเหว่ยไม่เหมือนกับลู่ฉือ หลายๆ จุดตามจังหวะเสิ่นเจ๋อเหวินไม่ทัน ทุกครั้งที่เสิ่นเจ๋อเหวินถามว่าเข้าใจหรือยัง เขาก็ต้องครุ่นคิดอยู่นาน แล้วจึงส่ายหน้าอย่างเก้อเขิน
แต่เสิ่นเจ๋อเหวินมีความอดทนกว่าที่คิด
ลู่ฉือก้มมองมือถือ แต่หางตากลับแอบเผลอมองไปที่เสิ่นเจ๋อเหวินอยู่เรื่อย
