สุดท้ายลู่ฉือก็สงสารติงเหว่ยที่ดูน่าสงสารเกินไป เลยจัดทีมกับเสิ่นเจ๋อเหวิน
แต่ที่บอกว่ากลับมาเลือกเสื้อผ้าน่ะโกหก เขามีเสื้อผ้าอยู่ที่ตระกูลเฉินไม่กี่ชิ้นหรอก ที่จริงตั้งใจกลับมาดูละครต่างหาก
หวังซิ่วจือเงียบหายไปหลายวัน วันนี้จู่ ๆ ก็มาถามรหัสประตูหลังบ้าน ลู่ฉือก็รู้ว่าเธอจะฉวยโอกาสแอบเข้ามาวันนี้
เฉินโย่วเซวียนรู้ตัวว่าการปรากฏตัวของลู่ฉือไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างวันนี้เป็นฝีมือของลู่ฉือแน่
เขา ทั้งโกรธ ทั้งร้อนใจ แถมยังตื่นตระหนก ส่วนหวังซิ่วจือก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่อสายตา ถูก ลูกชายแท้ ๆ ทำร้ายจิตใจแบบนี้ ใจสลายเป็นเสี่ยง ๆ
สมกับที่คิดไว้จริง ๆ แม้แต่สีหน้าก็ตรงตามที่ลู่ฉือนึกไว้ไม่มีผิด
ถ้าเป็นปกติ เฉินโย่วเซวียนต้องซักถามลู่ฉือแน่ว่ามีบัตรเชิญงานฮาโลวีนของโรงเรียนมาจากไหน แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์สนใจเรื่องนั้นแล้ว เพราะพวกคุณนายในสวนกำลังเดินมาที่บ้านพักภายใต้การนำของจู้หวั่นชิง
เฉินโย่วเซวียนไม่อยากให้จู้หวั่นชิงรู้ว่าหวังซิ่วจือมาหาตัวเอง
เขาผลักหวังซิ่วจือไม่หยุด “ถ้าไม่อยากให้ผมเกลียดคุณ ก็ไสหัวไปซะ อย่ามาโผล่หน้าต่อหน้าผมอีก”
ไม่มีอะไรทำร้ายจิตใจได้เท่ากับที่ลูกชายแท้ ๆ พูดแบบนี้ หวังซิ่วจือแก่ลงเป็น 10 ปีในพริบตา
เธอส่ายหน้า อยากจะจับตัวเฉินโย่วเซวียน “แม่อุตส่าห์ถึงจะหาโอกาสปะปนเข้ามาได้ ก็ให้แม่มองดูหน่อยเถอะ แม่สัญญาว่าพอพวกนั้นเข้ามาแล้วจะแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก”
ทว่าเฉินโย่วเซวียนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
หลังจากรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริง หวังซิ่วจือกับลู่จิ้นกั๋วก็เป็นเสมือนผงธุลีในดวงตาเขา อยากจะปัดทิ้งไปเสียทุกเมื่อ เขาเพื่อรักษาฐานะคุณชายน้อยเอาไว้ ก็เลยพยายามประจบเอาอกเอาใจเฉินฉีหมิงกับจู้หวั่นชิงอย่างสุดฤทธิ์ ไม่ยอมให้ใครมากระทบสถานะของตนในตอนนี้
หวังซิ่วจือถูกผลักจนเซถลาไปสองสามก้าว เงยหน้าขึ้นมามองลูกบุญธรรมตามสัญชาตญาณ
