ตั้งแต่คืนวันส่งท้ายปีเก่าที่ลู่ฉือตัดญาติกับตระกูลเฉิน บ้านของตระกูลเฉินก็ปกคลุมไปด้วยบรรยากาศหม่นหมองและหนักอึ้งตลอดมา
ปกติแล้วช่วงตรุษจีนที่บ้านตระกูลเฉินจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่ปีนี้เหล่าญาติพี่น้องพากันกลับตั้งแต่หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ ก็ไม่มีใครกล้าอยู่ต่อนาน อีกทั้งจู้หวั่นชิงก็ไม่มีอารมณ์จะต้อนรับแขก แม้แต่คนที่มาเยี่ยมเยียนช่วงเดือนอ้ายก็ยังน้อยลง
และในหมู่ญาติพวกนี้ก็มีพวกที่ชอบนินทาอยู่ไม่น้อย ช่วงตรุษจีนทุกคนหยุดงานอยู่บ้านรวมตัวกัน ไม่นานเรื่องที่ตระกูลเฉินตัดญาติก็แพร่สะพัดไปในหมู่คนรู้จักเป็นการส่วนตัว
เฉินฉีหมิงมีสีหน้าบูดบึ้งตลอดทั้งวัน คิ้วขมวดแน่น คิดจะรอสักสองสามเดือน ให้ลู่ฉือบริหารบริษัทของตัวเองต่อไปไม่ไหว แล้วจะยอมกลับมาเอง
แต่พอส่งคนไปสืบ แล้วเอาเอกสารข้อมูลบริษัท "NOX" ที่ลู่ฉือก่อตั้งขึ้นมาจัดระเบียบดู เฉินฉีหมิงก็พบว่าเรื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่ตัวเองคิด
เฉินฉีหมิงคลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจมานานหลายปีขนาดนี้ ย่อมมองออกว่าบริษัทหนึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาหรือไม่
"NOX" ไม่เหมือนกับที่พวกมือใหม่ทำขึ้นตามอารมณ์ชั่ววูบเลยสักนิด ตำแหน่งทางการตลาดและโหมดการดำเนินงานคล้ายคลึงกับเฉินกรุ๊ปมาก
เมื่อเห็นรายชื่อสมาชิกหลักของบริษัทในตอนนี้ เฉินฉีหมิงก็รู้สึกถึงความไม่สบายใจแปลกๆ พลุ่งขึ้นในอก
ในนั้นมีหลายคนที่เขาคุ้นหน้า ดูเหมือนจะเป็นอดีตพนักงานเก่าของเฉินกรุ๊ป บางคนถูกเลิกจ้างเพราะอายุเกินสามสิบ บางคนถูกย้ายไปสาขาแล้วก็ลาออกเอง
เฉินฉีหมิงปิดแท็บเล็ต แล้วนวดคลึงหว่างคิ้ว
พูดไปแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เชื่อ ว่าวันหนึ่งเขาจะรู้สึกถึงภัยคุกคามจากลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง อาจจะเป็นเพราะนิสัยของพวกเขามีส่วนที่คล้ายกันก็ได้ ถึงไม่รู้ว่าลู่ฉือต้องการจะทำอะไร แต่เฉินฉีหมิงก็เชื่อว่าที่เขาทำแบบนี้ต้องมีจุดประสงค์แน่
