"บ่ายวันนั้นราวบ่ายสองโมง ฉันกับลู่จิ้นกั๋วปลอมตัวเป็นผู้ช่วยพยาบาล ตอนที่ผู้ช่วยคนอื่นผลัดเวรก็แอบย่องเข้าไป อุ้มเด็กออกจากเปล
"ตอนนั้นเด็กกำลังหลับอยู่ ไม่ได้ร้องไห้ พวกเราใส่เขาไว้ในกระเป๋าใบใหญ่ขนาดนี้" หวังซิ่วจือยกมือขึ้นเทียบขนาด "แล้วออกทางประตูหลัง"
ภายในสถานีตำรวจ หวังซิ่วจือนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องสอบสวน ข้อมือถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเย็นเฉียบ
แสงไฟเหลืองหม่นบนเพดานไม่อาจกลบความซีดเซียวบนใบหน้าของนางได้
นางยอมรับความผิดทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง ไม่รู้ว่าจะช่วยให้ได้รับความเมตตาลดหย่อนผ่อนโทษบ้างหรือไม่
"จากนั้นพวกเราก็นั่งรถไฟในบ่ายวันนั้น ไปถึงเขตอำเภอหนิงแล้วก็ต่อรถประจำทางอีกที
"เด็กคนนั้นเชื่อฟังดี เลี้ยงง่ายด้วย พวกเราไม่ได้ใช้เงินกับเขามากมายอะไร แต่ลู่จิ้นกั๋วไม่ชอบเขา คิดว่าเป็นการเลี้ยงลูกให้บ้านคนอื่น จึงไม่เคยดีกับเขาเลย ใช้งานเยี่ยงคนรับใช้"
ตำรวจใช้ฝาปากกาหมึกซึมเคาะโต๊ะ "ลู่จิ้นกั๋วลงมือทำร้ายลู่ฉือครั้งแรกเมื่อไหร่"
"ครั้งแรก น่าจะตอนเขาอายุห้าหรือหกขวบ จำไม่ค่อยได้แล้ว เพราะตอนนั้นลู่จิ้นกั๋วจะตีฉัน เขาเลยวิ่งเข้าไปขวาง"
หวังซิ่วจือชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกดที่วางอยู่บนโต๊ะ "ในมือถือฉันมีรูปเก็บไว้อยู่บ้าง แต่ทั้งหมดเป็นของลู่ฉือหลังอายุสิบขวบ ลู่ฉือบอกว่าให้เก็บหลักฐานไว้ พอโตขึ้นจะได้ฟ้องลู่จิ้นกั๋ว ส่งเขาเข้าไปอยู่ในคุก"
ตำรวจเปิดถุงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูอัลบั้มรูป แค่กวาดสายตาครั้งเดียวสีหน้าก็เปลี่ยนไป
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เฉินฉีหมิงตัดสินใจยื่นฟ้องหวังซิ่วจือ เขาได้เผยให้ตำรวจทราบด้วยว่าลู่จิ้นกั๋วเคยทำร้ายร่างกายลู่ฉือ โดยวางภาพลักษณ์ตัวเองเป็นพ่อผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวและโศกเศร้าเสียใจ
