ข้อความแจ้งว่าเดินทางถึงโดยสวัสดิภาพในวีแชทของเสิ่นเจ๋อเหวิน ในที่สุดก็ได้รับการตอบกลับหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาที
เสิ่นเจ๋อเหวินละสายตาจากแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อเจ้าสองร้อยห้าทางไกล
เห็นเพียงลู่ฉือส่งรูปถ่ายเจ้าสองร้อยห้ายืนอยู่ในบ้านของเขามาอีกใบ
ลู่ฉือ: พี่เสิ่น ทำอย่างนี้ไม่รังแกเด็กเกินไปหน่อยหรือ?
หางตาของเสิ่นเจ๋อเหวินยกขึ้นเล็กน้อย
เสิ่นเจ๋อเหวิน: เด็ก? ตอนเริ่มพัฒนาเจ้าเครื่องนี้ เจ้ายังเรียนอยู่ชั้นประถม หลังผ่านการวิจัยหลายปี ระบบของมันซับซ้อนกว่าสมองมนุษย์ปกติมาก เพียงแต่ดูเหมือนโง่มากเท่านั้น
ลู่ฉือเหลือบมองไปทางเจ้าสองร้อยห้าสองสามทีโดยไม่รู้ตัว จู่ๆ ก็พบว่าเจ้าสองร้อยห้าหยุดยืนอยู่กับที่มานานแล้ว และหัวของมันก็หันไปทางโต๊ะบริเวณหน้าประตูตลอด
ลู่ฉือมองตามสายตาของเจ้าสองร้อยห้า เห็นสิ่งของที่วางกระจัดกระจายบนโต๊ะนั้น
สายลมวูบหนึ่งพัดผ่านข้างกายเจ้าสองร้อยห้าไป
แม้ไม่รู้ว่าตนเองกำลังรู้สึกผิดอะไรต่อหน้าหุ่นยนต์ตัวเล็กไร้เดียงสาตัวหนึ่ง แต่ลู่ฉือก็รีบฉีกทำลายใบเสร็จใบนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว และขยำเป็นก้อนในอุ้งมือ โยนลงถังขยะ
โชคดีที่เจ้าสองร้อยห้าอยู่ไกล คงไม่ทันสังเกตว่าใบเสร็จนั้นเขียนอะไรไว้
หลังจากทำลายหลักฐานแล้ว ลู่ฉือก็เดินเข้าห้องน้ำ ไม่กี่วินาทีออกมามือก็มีกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ต้องสงสัยเพิ่มมาหนึ่งกล่อง
ของสิ่งนี้เขาวางไว้บนเครื่องซักผ้าในห้องน้ำตามอำเภอใจ ตอนนี้มาคิดดูแล้ว เก็บไว้ในลิ้นชักสักลิ้นชักน่าจะปลอดภัยกว่า
ลู่ฉือกวาดตามองไปทั่ว เดินไปที่ใต้ตู้ทีวี ดึงลิ้นชักเล็กๆ ใกล้หน้าต่างที่สุดออกมาโยนใส่เข้าไป แล้วใช้ทิชชูที่เก็บเตรียมไว้ในลิ้นชักมาปิดกลบเกลื่อนไว้อีกชั้น
เก็บไว้ในที่ที่เจ้าสองร้อยห้ามองไม่เห็น เจ้าสองร้อยห้าก็จะได้ไม่หยิบมาจับถามไปทั่ว
ตอนเจ้าสองร้อยห้าเพิ่งเข้ามาใหม่ๆ ยังคึกคักมาก มองไปทั่วบ้านด้วยความสงสัย แต่ตอนนี้กลับยืนนิ่งในท่าเดียวอยู่นาน
