ภายในสำนักงานของสาขาจวี้ซังหางที่สว่างไสวด้วยแสงไฟ
รายงานของผู้จัดการแผนกที่ถูกเสิ่นเจ๋อเหวินตีกลับมาเมื่อช่วงสาย ตอนนี้เขียนขึ้นมาใหม่แล้ว เพิ่งจะไปรายงานผลกับเสิ่นเจ๋อเหวินก็พบว่าเสิ่นเจ๋อเหวินไม่อยู่ จำต้องส่งข้อความแจ้งงานไปอย่างหวาด ๆ แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ
ผู้จัดการอีกคนตบไหล่ปลอบเขา "สงสัยจะดึกมากแล้วพักผ่อนอยู่ กลับก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันใหม่"
ข้าง ๆ มีพนักงานตอกบัตรเลิกงาน เดินผ่านมาทักทายผู้จัดการ "ผู้จัดการ พวกเรากลับก่อนนะครับ"
"ได้ ตอนกลางคืนอากาศหนาวนิดหน่อย ขี่มอเตอร์ไซค์กลับดี ๆ ระวังด้วยล่ะ"
พนักงานเปิดดูสภาพอากาศในมือถือ อุณหภูมิกลางคืนมีแค่หกองศาเซลเซียส เขารีบหันกลับไปหยิบเสื้อโค้ทหนา ๆ ที่พาดบนเก้าอี้
ทว่าอากาศเพียงหกองศา ลู่ฉือกลับมีเหงื่อผุดซึมออกมาเล็กน้อยในห้องที่ไม่ได้เปิดแอร์
ต้นเหตุมาจากเสิ่นเจ๋อเหวินพูดเสียงเบาว่า "ทำไมนายถึงไม่เขินเลยสักนิด"
ความจริงแล้ว หลังจากลู่ฉือพูดประโยคที่อาจหาญถึงขีดสุดนั่นจบไป ตัวเองก็รู้สึกเสียวไส้และเสียใจทีหลัง
แต่พูดออกไปแล้ว จะทำเป็นขี้ขลาดได้ยังไง
ลู่ฉือฝืนใจทำหน้านิ่งจ้องเสิ่นเจ๋อเหวิน "ทำไม นายไม่ชอบเหรอ ก็ฉันเป็นแบบนี้นี่ ไม่อ้อมค้อมให้มากความ"
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังเข้าหู
ลู่ฉือขนลุกซู่ "หัวเราะอะไร"
ทุกครั้งที่ลู่ฉือพูดไม่หยุด เสิ่นเจ๋อเหวินก็รู้ว่าเขาแค่ปากแข็ง จริง ๆ แล้วในใจทั้งร้อนรนและกระสับกระส่ายอย่างถึงที่สุด
เสิ่นเจ๋อเหวินไม่ได้ตอบสาเหตุที่ตัวเองหัวเราะ แต่ก้มหน้าลง "ชอบมากเลย ไม่ว่านายจะเป็นแบบไหน ฉันก็ชอบ"
ลู่ฉือรู้สึกว่าขนตาตัวเองสั่นระริก
