“ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาสิ”
ในคลินิกเล็ก ๆ ใกล้โรงเรียน เสิ่นเจ๋อเหวินนั่งอยู่บนโซฟาหนังริมหน้าต่าง มือถือสำลีพันก้านชุบเบตาดีนกับยาที่เพิ่งซื้อมา แล้วเอ่ยกับคนตรงหน้าที่มีบาดแผลบนใบหน้า
เพื่อให้คนทำแผลมองเห็นชัดขึ้น ลู่ฉือนั่งคร่อมเก้าอี้พลาสติกตัวเล็ก สองมือไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน จึงได้แต่จับขอบเก้าอี้ไว้
ตอนทาเบตาดีนไม่รู้สึกอะไร แต่พอทายา ผิวบริเวณที่ถลอกก็รู้สึกแสบเจ็บจนร่างกายสะดุ้งโดยสัญชาตญาณ
แต่ลู่ฉือไม่ขยับ เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูท่าจะทนเจ็บเก่งมาก
เสิ่นเจ๋อเหวินมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบามือลงเล็กน้อย
“วันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจหลอกนายนะ”
ภายในคลินิกเล็ก ๆ เงียบลงชั่วขณะ บรรยากาศชวนกระอักกระอ่วน ลู่ฉือเลียริมฝีปากแรง ๆ แล้วเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน
“ผมรู้แล้ว เงยหน้าขึ้นหน่อย” น้ำเสียงของเสิ่นเจ๋อเหวินไม่ต่างจากปกติ เผลอ ๆ จะทุ้มต่ำและแผ่วเบากว่าเดิมเสียอีก แต่คำพูดกลับแผ่แรงกดดันที่มองไม่เห็นออกมา
ลู่ฉือเงียบไป ก่อนจะเงยคางขึ้นอย่างว่าง่าย
เขาเพิ่งมีเรื่องขัดแย้งกับลู่จิ้นกั๋วข้างนอก เมื่อครู่ตอนทั้งคู่ต่อยกัน ดูเหมือนจะมีคนยืนมุงอยู่ไกล ๆ ไม่น้อย ไม่รู้ว่ามีนักเรียนจากโรงเรียนอยู่ด้วยหรือเปล่า วิดีโอตอนพวกเขาต่อยกันอาจถูกส่งต่อในกลุ่มลับที่นักเรียนตั้งขึ้นในไม่ช้า หรืออาจถึงขั้นถูกโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต
ความไม่สบายใจยังคงปกคลุมจิตใจเขา แม้ลู่จิ้นกั๋วจะถูกเสิ่นเจ๋อเหวินกดจนเกือบพ่นฟองน้ำลาย ก่อนจะหนีไปอย่างลนลาน แต่ลู่ฉือก็ยังขวัญเสีย หางตาคอยเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่เรื่อย ๆ
เสิ่นเจ๋อเหวินทายาเสร็จแล้ว จ้องมองใบหน้าซีดขาวของลู่ฉือ จากนั้นก็หยิบของอย่างหนึ่งออกจากกระเป๋าแล้วแกะห่อ
ลู่ฉือยังไม่ทันตั้งตัว ก็มีของอย่างหนึ่งถูกยัดเข้าปาก รสหวานละมุนจาง ๆ แผ่ซ่านบนลิ้น
สายตาของลู่ฉือเลื่อนไปยังซองขนมในมือเสิ่นเจ๋อเหวิน
มันคือลูกอมสะระแหน่แบบเดียวกับที่เขาเคยให้เสิ่นเจ๋อเหวินตอนเพิ่งรู้จักกัน
เสิ่นเจ๋อเหวินกำกระดาษห่อลูกอมไว้ในมือ “ผมว่ารสชาติดี สดชื่นดี ก็เลยซื้อเก็บไว้ตลอด”
ลูกอมสะระแหน่ค่อย ๆ ละลายบนปลายลิ้น รสหวานเย็นแผ่ซ่านเป็นสายลงไปในลำคอที่แห้งผาก
