เวลามีจำกัด
มีแค่ 12 ชั่วโมง นอกจากต้องถ่ายทำแล้ว การตัดต่อยังต้องใช้เวลาอีกเยอะ ยิ่งไปกว่านั้นงานมาปุบปับเกินไป คนส่วนใหญ่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะถ่ายอะไร
หลังจากผู้ช่วยผู้กำกับพาทีมงานออกไปแล้ว เฉินจือหย่วนก็ส่งสายตาให้เจียงหนิง ทั้งคู่ใจตรงกันเดินออกจากบ้านพักใจ มายังศาลาริมน้ำด้านนอก
เฉินจือหย่วนถามขึ้นก่อนว่า "เคยทำคลิปสั้นลงโซเชียลมาก่อนไหม"
เจียงหนิงส่ายหน้า บอกว่าไม่เคย
เฉินจือหย่วนถอนหายใจ "งั้นก็ยากล่ะสิ ฉันก็ไม่เคยถ่ายคลิปสั้นเลยสักครั้ง"
เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเฉินจือหย่วน เจียงหนิงรีบบอกว่า "แต่แม่เคยถ่ายคลิปฉันเล่นเปียโนไว้"
"เธอเล่นเปียโนเป็นเหรอ"
"อืม"
เฉินจือหย่วนยิ้มออกทันที "งั้นเราถ่ายคลิปกีตาร์กับเปียโนเล่นด้วยกันก็ได้นี่"
"แต่ที่นี่ไม่มีเปียโน"
เฉินจือหย่วนก็นึกขึ้นได้ ที่นี่เป็นเกาะ การจะขนเปียโนมาจากแผ่นดินใหญ่สักหลัง มันไม่ค่อยสมจริงเท่าไร
แต่ตอนนั้นเอง
ทางฝั่งหวังเหยาที่กำลังดูไลฟ์อยู่ก็ทนอยู่เฉยไม่ไหว
เปียโนนี่แหละคือจุดแข็งของลูกสาวตัวเองนะ แถมยังสอบผ่านเกรด 8 ระดับมืออาชีพมาด้วย
หวังเหย่าไม่อยากให้ทุกคนมองว่า ลูกสาวตัวเองเป็นแค่แจกันสวยแต่ไร้ค่าที่ทำอะไรไม่เป็นนอกจากหน้าตาดี
หวังเหยาจึงโทรศัพท์หาหลี่ซูจวินทันที และหลี่ซูจวินเองก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่พอดี เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าเจียงหนิงเล่นเปียโนเป็น แต่การขนเปียโนจากแผ่นดินใหญ่มายังเกาะ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องประสานงานหลายฝ่ายมาก
