การมาถึงของผู้เข้าร่วมใหม่ทำให้เกาะพลันคึกคักขึ้นมาทันที
พวกเขาสองโต๊ะคุยกันอย่างสนุกสนาน เฉินจือหย่วนก็ไม่กล้าขัดจังหวะ ได้แต่มองเวลาผ่านไปทีละนาที
สิบเอ็ดโมง สิบสองโมง และจนถึงบ่ายโมง
เฉินจือหย่วนหันไปถามเจียงหนิงเสียงเบา “เธอหิวไหม”
เจียงหนิงส่ายหน้าเบา ๆ “ยังไม่เท่าไร”
อย่างน้อยพวกเขาสองคนก็ได้กินข้าวเช้า ส่วนเฉินเจ๋อหลินกับโจวซูยังหิวโซอยู่เลย สำหรับคนอื่น ๆ ตอนนี้กำลังหลั่งฮอร์โมนกันระงม สมองมีแต่เรื่องตีสนิทกับผู้เข้าร่วมใหม่ ไม่มีใครรู้สึกหิว
เฉินเจ๋อหลินเหลือบมองหวังฮ่าวอวี่ที่นั่งอยู่กับอีซอยอนและซ่งฉือ ในที่สุดก็ทนไม่ไหวพูดขึ้น “ฮ่าวอวี่ นายควรไปเอาน้ำได้แล้วไม่ใช่เหรอ ทุกคนยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยนะ บ่ายสามโมงก็มีกิจกรรมอีก”
หวังฮ่าวอวี่ยิ้มร่า แต่ในใจด่าหยาบ
ไอ้โง่
ไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังคุยสนุกอยู่
แกมายุ่งอะไร
“พวกเธอหิวไหม” หวังฮ่าวอวี่ถามสาว ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยความเป็นห่วง
อีซอยอนส่ายหน้า บอกว่าเพิ่งกินข้าวเช้าที่โรงแรมตอนเก้าโมงครึ่ง
ส่วนซ่งฉือกลับพูดว่า “กินข้าวกันก่อนเถอะ ตอนนี้จะบ่ายโมงแล้วนะ”
พอมีคนตอบรับ หวังฮ่าวอวี่ก็ต้องออกไปที่จุดตักน้ำแต่โดยดีคนเดียวอย่างเสียไม่ได้ เฉินจือหย่วนลุกตามและกลับไปบ้านพักใจ
เวลากระชั้นชิด กับข้าวที่ซับซ้อนคงไม่มีเวลาทำแล้ว ทำได้แค่ผัดจานด่วน ๆ สักสองสามอย่าง
เฉินจือหย่วนเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ แล้วก็ไปหยิบผักออกมาจากตู้เย็น อีซอยอนกับซ่งฉือที่เพิ่งมาถึงเกาะดูเหมือนอยากจะทำตัวเป็นประโยชน์ สองคนเดินมาที่ครัวพร้อมกัน ถามว่า “ให้ช่วยไหม”
“งั้นพวกเธอช่วยล้างผักให้หน่อย ถ้าหั่นได้ด้วยจะดีมากเลย เวลามันน้อยจริง ๆ”
พูดจบ เฉินจือหย่วนก็เงยหน้าตะโกน “เจียงหนิง มาช่วยหาผ้ากันเปื้อนให้หน่อย ฉันไม่รู้ว่ามันหายไปอยู่ไหน”
“ได้”
[ปฏิบัติการนี้ คนดูรู้ทัน]
