ยามค่ำคืน ริมทะเลมีลมเย็นอยู่บ้าง
โชคดีที่ตอนออกจากหอพัก เฉินจือหย่วนหยิบเสื้อคลุมมาด้วยตัวหนึ่ง
บนหาดทรายเรียบ เจ้าหน้าที่ได้จัดสถานที่สำหรับดินเนอร์ใต้แสงเทียนไว้เรียบร้อยแล้ว ตรงกลางโต๊ะอาหารกระจกทรงกลม มีเสาสอดผ่านขึ้นมา ค้ำร่มใสโปร่งแสงไว้
บนโต๊ะ นอกจากเทียนที่จุดแล้วสองสามเล่ม ยังมีดอกกุหลาบสีชมพูที่ยังตูมอยู่หนึ่งช่อ
ส่วนในจานอื่น ๆ ก็มีสลัดผักผลไม้ เค้กสตรอว์เบอร์รีชิ้นเล็ก และขนมมาการองอีกหกชิ้น
สำหรับอาหารจานหลัก คือสเต๊กเวลลิงตันสองที่
เฉินจือหย่วนไม่คิดเลยว่าในเวลาอันสั้น ทีมงานจะจัด ‘ดินเนอร์ใต้แสงเทียน’ ออกมาได้ถึงขนาดนี้
เฉินจือหย่วนเดินไปทางขวา แล้วดึงเก้าอี้ออกให้อย่างสุภาพบุรุษ
เจียงหนิงเกือบจะเอ่ยขอบคุณ แต่นึกขึ้นได้ว่าทั้งสองมีข้อตกลงกันว่าจะไม่พูดขอบคุณกัน จึงยิ้มบาง ๆ เป็นการแสดงมารยาทแทน
เฉินจือหย่วนกลับไปนั่งที่ของตัวเอง กวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะ แล้วยกยิ้ม “ไม่นึกเลยว่าจะได้กินของพวกนี้บนเกาะ”
“ฉันกินเค้กสักชิ้นก่อนได้ไหม”
“แน่นอน” เฉินจือหย่วนยิ้ม “เธออยากกินอะไรก็กินไปเลย ไม่ต้องเกรงใจฉัน ถ้าไม่มีเธอ ก็ไม่มีมื้อค่ำคืนนี้”
“คุณก็ให้[หัวใจปิ๊งรัก]ฉันมาเหมือนกันนะ ในนั้นก็มีส่วนของคุณด้วย”
เฉินจือหย่วนยกแก้วน้ำส้มขึ้น “งั้นพวกเรา... ร่วมมือกันอย่างราบรื่นนะ”
