เฉินจือหย่วนเพิ่งเดินมาถึงทางออกสนามบิน ก็เห็นหวังเหยาและเจียงหนิง สองแม่ลูกสวมแว่นกันแดดทั้งคู่ แม้จะอยู่ในฝูงชน ก็ดูโดดเด่นมาก
“ไอ้หมูทื่อ ทางนี้!”
เจียงหนิงเห็นเฉินจือหย่วนแล้ว ยกมือขึ้นอย่างตื่นเต้น
หวังเหยาดึงมือเจียงหนิงลงอย่างแรง พลางพูดอย่างจนใจว่า “เขาเห็นเธอแล้ว”
เฉินจือหย่วนปิดกล้องแอ็กชั่นแคม ลากกระเป๋าเดินเข้าไป
“คุณป้า”
“สนามบินคนเยอะ ขึ้นรถก่อนค่อยคุยกัน”
“ครับ”
เจียงหนิงไม่เหมือนคนอื่นที่ซ่อนอารมณ์ตัวเอง ดีใจก็คือดีใจ ไม่ดีใจก็คือไม่ดีใจ
ตอนนี้ เธอก็ยิ้มสดใสเป็นพิเศษ
ความรู้สึกที่รอคอยมานาน ในที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว เธอไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว
รถของหวังเหยาเป็นเบนท์ลีย์ พอเปิดประตู ลมเย็นจากแอร์ก็พวยพุ่งเข้าใส่หน้า
เฉินจือหย่วนขึ้นรถได้ไม่นาน มือถือในกระเป๋าก็ดังติ๊งต่อง ๆ เฉินจือหย่วนหยิบออกมาดู ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเถาอวี่เอ๋อร์โทรมา
เฉินจือหย่วนกดรับ เปิดลำโพง
“ฮัลโหล เฉินจือหย่วน นายมาถึงเมืองหลวงแล้วเหรอ?”
เสียงของเถาอวี่เอ๋อร์มีเอกลักษณ์มาก พูดเร็ว แถมน้ำเสียงห้าว ๆ
เฉินจือหย่วนรู้ว่าเถาอวี่เอ๋อร์ต้องเห็นโต่วอินที่เขาลงก่อนขึ้นเครื่องแน่ ๆ แล้วอนุมานว่าเขาน่าจะลงเครื่องแล้วตอนนี้ เลยโทรวีแชทมา
เฉินจือหย่วนตอบว่า “เพิ่งถึง”
“แล้วนายจะมาบริษัทเมื่อไหร่?”
“ไว้ก่อนแล้วกัน”
“อะไรนะไว้ก่อนแล้วกัน บอกเวลาชัด ๆ มา!”
เฉินจือหย่วนพูดไม่ออก
เถาอวี่เอ๋อร์คนนี้ ทำให้เฉินจือหย่วนย้อนนึกถึงความรู้สึกโดนเจ้านายกดขี่ตอนเป็นลูกจ้างอีกครั้ง
