ไม่นานนัก เฉินจือหย่วนก็ยกกะละมังน้ำร้อนเข้ามา ในนั้นยังมีสมุนไพรแช่เท้าอ้ายเฉ่าแช่อยู่ด้วย
กะละมังวางลงบนพื้น ก้นของเฉินจือหย่วนเพิ่งจะแตะเก้าอี้ เจียงหนิงก็ยื่นเท้าข้างหนึ่งมาอยู่ตรงหน้าเขา
ถุงเท้าสีขาวหุ้มเท้าเล็ก ๆ เอาไว้ ปากถุงเท้าหลวม ๆ ดูน่ารักขี้เล่น
เฉินจือหย่วนช่วยถอดถุงเท้าให้ แต่ปากก็ถอนหายใจพลางยิ้ม ๆ บอกว่า "ชาติก่อนฉันคงเป็นหนี้บุญคุณเธอไว้เยอะ"
เจียงหนิงได้ยินคำนี้ กลับรู้สึกดีใจแปลก ๆ
ที่บ้าน หวังเหยาและเจียงหนิงเวลามีอะไรก็จะใช้ให้เจียงจิ่งหมิงทำ เจียงจิ่งหมิงเองก็มักจะพูดอะไรประมาณนี้เหมือนกัน
อยู่ด้วยกันมานานเข้า เจียงหนิงก็เลยเผลอมีความรู้สึกบางอย่าง
เธอรู้สึกว่าบางครั้งเฉินจือหย่วนไม่ได้ทำกับเธอเหมือนเป็นแฟน แต่เหมือนพ่อดูแลลูกสาวตัวเองมากกว่า
อย่างเช่น...
ทุกครั้งที่เล่นมือถือก้มหน้า เฉินจือหย่วนจะบอกให้เธอยืดหลังตรง ไม่งั้นจะหลังค่อม
ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกแล้วมีลม เฉินจือหย่วนจะบอกให้เธอรูดซิปเสื้อ
ทุกครั้งที่เดินเท้าเปล่าในบ้าน พอเฉินจือหย่วนเห็นก็จะรีบบอกให้ใส่ถุงเท้า
เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันแบบนี้ยังมีอีกเยอะ ทุกทีเจียงหนิงก็จะบ่นว่าเฉินจือหย่วนขี้บ่น แต่ในอีกด้านหนึ่ง เธอก็พึ่งพาเฉินจือหย่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอชอบความรู้สึกที่มีคนคอยดูแลแบบนี้มาก
"หอมมั้ยล่ะ~" พอถอดถุงเท้าแล้ว เจียงหนิงก็จงใจขยับนิ้วเท้าไปมา ถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"เหม็นจะตาย"
"พูดเพ้อเจ้อ หน้าหนาวที่นี่มันแห้งเกิน ฉันทาโลชั่นบำรุงผิวทุกวันเลยนะ ไม่รู้รึไง?" เจียงหนิงพูดพลางจงใจยกเท้าขึ้นสูง เหมือนอยากให้เฉินจือหย่วนลองดมใหม่ แต่กลับถูกเฉินจือหย่วนจับไว้ แล้วกดลงไปในกะละมังน้ำ
