ระยะทางจากห้องนอนลงมาเพียงไม่ไกลนัก แต่เฉินอิ๊นอิ๊นกลับรู้สึกเหมือนเดินผ่านชั่วชีวิต ทั้งร่างแทบไร้เรี่ยวแรง
เธอถูกบิดาหามขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวด้วยตัวเอง
เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ขอบคุณท่านพ่อ”
เฉินเฉียงนิ่งไปครู่หนึ่ง ภายใต้บทบาทของบิดาที่ไม่ถนัดการแสดงออก เขาไม่รู้จะปลอบใจลูกสาวอย่างไร จึงได้แต่ใช้วิธีนี้สื่อถึงความรักที่ตนมีต่อลูกสาว
แม่สื่อผีพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วตะโกนก้อง
“เชิญขบวน!!! ”
เสียงแตรรอบด้านดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกี้ยวเจ้าสาวหันกลับ ทุกคนในตระกูลเฉินที่อยู่ลานบ้านต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หลั่งรินออกมาอย่างโศกเศร้า
เกี้ยวเจ้าสาวค่อย ๆ เคลื่อนห่างหายไปใต้แสงจันทร์ ภาพนี้ทำให้ลูกพี่ลูกน้องสองคนในตระกูลเฉินตะลึงงัน ประสบการณ์ครั้งนี้ต่อให้เอาไปเล่าให้ใครฟัง ก็คงไม่มีใครเชื่อ
เสียงเรียกของยายเจ็ด และเสียงไม้เท้ากระแทกพื้นอย่างแรง ปลุกผู้คนให้ได้สติ
“ทำหน้าที่ต่อ พิธีฉลองส่งเจ้าสาวของเรายังไม่เสร็จสิ้น”
……
เฉินอิ๊นอิ๊นนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาว สองมือกำชุดแดงเข้มไว้แน่น เธอตื่นตระหนกยิ่งนัก แม้จะสวมเสื้อผ้าหลายชั้น ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่หลัง
อีกทั้ง ถึงแม้เธอมองไม่เห็น แต่กลับรู้สึกได้ว่าเกี้ยวเจ้าสาวของเธอลอยขึ้น เธอจึงลอยตัวอยู่ในอากาศ
“ไม่กลัว ๆ”
เธอทำได้เพียงปลอบใจตัวเองเช่นนี้
ไม่รู้ว่านานเท่าใด เกี้ยวก็หยุดลง ด้านนอกมีเสียงของแม่สื่อผีดังมา
