หูเหม่ยลี่ชอบดูเรื่องสนุก คนอื่น ๆ ในลานบ้านก็ไม่แพ้กัน ต่างพากันถือชามออกมาดู
ส่วนคนที่ขี้เกียจยืนก็ยกเก้าอี้ออกมานั่งกินไปดูไปตรงหน้าประตู
หลิวเหล่าเฮยโมโหจนลืมลดเสียงลง ทุกคนจึงได้ยินเขาด่าลั่นว่า “อกตัญญู! ลูกไม่รักดี! เดรัจฉาน...”
“พ่อเข้าข้างพี่ใหญ่เอง ยังไม่ให้ผมพูดอีกหรือไง?” หลิวหงเหอตะโกนเถียง “ทำไมพ่อซื้อโอกาสทำงานให้พี่ใหญ่ แต่กลับให้ผมไปชนบทล่ะ ผมไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพ่อหรือไง?”
คนที่ยืนอยู่นอกลานบ้านสบตากัน ก่อนจะเข้าใจขึ้นมา ที่ทะเลาะกันก็เรื่องไปชนบทอีกแล้ว
เมื่อก่อนตอนหูเหม่ยลี่ยังไม่หย่า ในบ้านก็มีเรื่องกันเป็นครั้งคราว ตอนนี้หย่าแล้ว บ้านหลิวก็ยังไม่สงบอยู่ดี
หลินเซี่ยงหนานฟังแล้วอดส่ายหน้าถอนหายใจไม่ได้ “ฉันเริ่มสงสารเจ้าหนุ่มหลิวหงเหอนี่แล้วสิ”
“สงสารเขาทำไม ก่อนหน้านี้ตอนแม่หย่า เขายังช่วยหลิวหงอิงออกหน้าแทนอยู่เลย ตอนนี้ถึงคราวตัวเองต้องไปชนบท ก็สมควรแล้ว” หลินเซี่ยงซีทำหน้าสะใจ
“ฉันแค่สงสารที่เขาโง่น่ะ ตอนนี้แล้วยังมองสถานการณ์ไม่ออกอีก”
ตอนแรกที่หูเหม่ยลี่ขอหย่า หลิวเหล่าเฮยไม่ได้รั้งเธอสุดกำลัง เพราะเขารู้ดีว่าเธอคิดอะไรอยู่
ถ้าหลินเซี่ยงหนานหาแฟนดี ๆ แต่งงานก่อนเรียนจบ แล้วอยู่ในเมืองต่อได้ แผนหย่าของหูเหม่ลี่ก็อาจชะลอออกไปได้อีก แต่หลิวหงอิงดันทำให้เรื่องคู่ของหลินเซี่ยงหนานพังไม่เป็นท่า เรื่องนี้จึงไม่มีทางประนีประนอมอีกแล้ว
หลิวเหล่าเฮยมองเรื่องนี้ออก แต่หลิวหงเหอกลับไม่เคยคิดไปถึงจุดนั้น เขายังนึกว่าตัวเองหมดคู่แข่งอย่างหลินเซี่ยงหนานไปแล้ว แถมยังไม่ต้องมีหูเหม่ยลี่คอยถ่วงแข้งถ่วงขาอีก
เมื่อไม่มีคนนอกคอยขัดขวาง เรื่องที่หลิวหงเหอต้องไปชนบทก็ยิ่งถูกตัดสินเด็ดขาด
