ร้านอาหารเลิกงานช้ากว่าโรงงาน กว่าหลินเซี่ยงหนานจะกลับถึงบ้าน หูเหม่ยลี่กับหลินเซี่ยงซีก็กินมื้อเย็นกันไปแล้ว
หูเหม่ยลี่กำลังนั่งรับลมอยู่ด้านนอก พลางคุยกับเพื่อนบ้านข้าง ๆ พอเห็นหลินเซี่ยงหนานปั่นจักรยานกลับมา ก็รีบถือพัดเข้าไปหา
“เป็นยังไงบ้าง? วันนี้ไปทำงาน ไม่มีเรื่องอะไรใช่ไหม? หัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานพูดคุยง่ายหรือเปล่า?”
หลินเซี่ยงหนานนึกถึงเนื้อตุ๋นหนึ่งกล่องในกระเป๋า ก่อนตอบจากใจจริงว่า “ที่ทำงานนี้ ฉันเลือกถูกจริง ๆ!”
งานก็สบาย ไม่เหนื่อย แถมยังได้กินของอร่อย เหมาะกับเธอยิ่งกว่างานธุรการในโรงงานเสียอีก
“งานที่ฉันเลือกให้ จะไม่ดีได้ยังไง?” หูเหม่ยลี่พูดอย่างภูมิใจอยู่ไม่น้อย
ทั้งที่งานนี้ได้มาเพราะโชคช่วยแท้ ๆ หูเหม่ยลี่ยังยกความดีความชอบให้ตัวเองอีก หลินเซี่ยงหนานไม่คิดจะเออออตามใจ จอดจักรยานให้เรียบร้อยแล้วก็เดินตรงเข้าครัว
พอหูเหม่ยลี่กับหลินเซี่ยงซีเห็นอย่างนั้น ก็รู้ทันทีว่าเธอต้องหอบของอร่อยกลับมาอีกแน่ ต่างพากันทิ้งเพื่อนเล่นแล้วแอบย่องเข้าครัวตามไป
เพิ่งเปิดฝากล่องข้าว กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นก็ลอยฟุ้งเตะจมูก สีสันน่ากินจนหลินเซี่ยงซีอดกลืนน้ำลายไม่ได้
“เนื้อตุ๋นหอมจัง ได้มาจากไหน?” หลินเซี่ยงซีมองหลินเซี่ยงหนานตาละห้อย “พี่ กินได้ไหม?”
หลินเซี่ยงหนานพยักหน้า “แลกมากับพ่อครัวที่ร้านน่ะ กินเลย เนื้อกล่องนี้เอามากิน ไม่มีประโยชน์อย่างอื่นหรอก”
เธอไม่เหมือนหูเหม่ยลี่ที่ต้องเก็บบิสกิตสักห่อไว้ในตู้ รอเอาไปฝากญาติคราวหน้า