หลินเซี่ยงหนานแกล้งคนเสร็จก็ไม่สนใจว่าหลิวหงเหอจะมีปฏิกิริยายังไง รีบลากหลินเซี่ยงซีหนีไปทันที
ระหว่างทางกลับ หลินเซี่ยงซียังเสียดายอยู่หน่อย ๆ “หลิวหงเหอขี้ขลาดชะมัด ถ้าเขาวางยาเบื่อหนูจริง ๆ ก็ดีสิ ฉันเห็นหน้าหลิวหงอิงทีไรก็หงุดหงิด กล้าดียังไงมาแย่งแฟนพี่”
“อย่าพูดเหลวไหลน่า ฉันไม่เคยชอบผู้ชายแซ่จ้าวนั่นสักหน่อย มีแต่หลิวหงอิงที่เห็นเขาเป็นของดี แต่ดูท่าทางหลิวหงเหอแล้ว บ้านนั้นคงยังมีเรื่องให้วุ่นอีกเยอะ”
ทั้งสองครอบครัวหย่ากันแล้ว แยกกันให้เด็ดขาดย่อมดีกว่า เธอแค่ช่วยยุส่งอยู่ข้าง ๆ ก็พอ ไม่อยากเข้าไปพัวพันด้วย
หลินเซี่ยงซีถอนหายใจ “ฉันแค่สงสารพี่กับแม่ พี่ใหญ่ก็ไม่อยู่บ้าน ฉันต้องคอยปกป้องพวกพี่”
“ไม่ต้องหรอก แม่เราไม่ได้เสียเปรียบอะไรสักหน่อย”
ในสายตาของหลินเซี่ยงหนาน การแต่งงานระหว่างหูเหม่ยลี่กับหลิวเหล่าเฮยไม่เกี่ยวกับความรักเลยสักนิด เป็นแค่การร่วมมือกันเลี้ยงลูกเท่านั้น
ตอนนี้ลูก ๆ ของทั้งคู่โตกันหมดแล้ว หากไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกัน ทั้งสองก็คงอยู่เป็นเพื่อนกันไปจนแก่ แต่พอผลประโยชน์ของลูกแต่ละฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งคู่ก็แยกทางกันทันที
หลังหย่า หูเหม่ยลี่ไม่ต้องรับภาระหนี้สินสักนิด แถมยังได้เงินมาอีก 80 หยวน หลินเซี่ยงหนานเดาว่าแม่คงมีเงินเก็บส่วนตัวอยู่อีกหนึ่งถึงสองร้อยหยวน
ถ้าไม่มีเงินติดมือสักหยวน แม่คงไม่กล้าคิดจะซื้อโอกาสได้งานให้หลินเซี่ยงหนานหรอก จะให้ไปหยิบยืมเงินมาทั้งหมดได้ยังไง
คนรุ่นหูเหม่ยลี่ประหยัดจนเคยชิน ต่อให้มีเงินก็ไม่กล้าใช้สุรุ่ยสุร่าย ไม่ได้เรียกร้องเรื่องอาหารการกินหรือที่อยู่อาศัยมากนัก
