เมื่อสัมผัสได้ถึงคำเยาะเย้ยของหลินเซี่ยงหนาน กู้โฉ่วนีก็ร้อง “อ๊าก!” แล้วทำท่าจะพุ่งเข้าใส่เธอ แต่คนข้างหลังกลับคว้าตัวไว้ทัน
“อีแก่ปีศาจ! ยัยหน้าขี้เหร่! จะหนีไปไหน แกทำร้ายลูกสาวฉัน ฉันจะข่วนแกให้ตาย!”
เห็นกู้โฉ่วนีถูกดึงตัวไว้ หลินเซี่ยงหนานก็หัวเราะหึ ก่อนจะถุยเปลือกเมล็ดแตงโมออกมาอีกครั้ง
“นังสารเลว!” กู้โฉ่วนีโกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว
หลินเซี่ยงหนานยังคงถุยเปลือกเมล็ดแตงโม “ถุย~”
หูเหม่ยลี่เห็นดังนั้นก็ส่ายหน้า แล้วกระซิบบอกหลินเซี่ยงหนานว่า “จริง ๆ ตอนกู้โฉ่วนียังสาวก็หน้าตาดีอยู่ ตอนนี้กลับแก่จนกลายเป็นอีแก่ปีศาจไปแล้ว”
“หน้าตาดีแล้วทำไมถึงชื่อโฉ่วนีล่ะ?” นี่มันเหมือนตั้งใจปั่นหัวกันชัด ๆ หลินเซี่ยงหนานอดวิจารณ์ไม่ได้ “ตระกูลกู้นี่เก่งเรื่องล้างสมองจริง ๆ หลอกคนจนทำงานเหมือนวัวเหมือนม้าให้ตระกูลกู้ไปทั้งชีวิต”
“คนรุ่นเก่าก็หลอกง่ายหน่อย แต่คนที่เคยเรียนหนังสือหลอกไม่ง่ายหรอก” หูเหม่ยลี่พยักพเยิดไปทางสวีเสี่ยวตง “ดูสิ ยัยนี่ลงมือหนักแค่ไหน เหมือนคนที่ถูกหลอกจนเชื่อสนิทหรือไง?”
หลินเซี่ยงหนานมองตามแล้วอดหัวเราะไม่ได้ คนที่สวีเสี่ยวตงกำลังอัดอยู่ก็คือกู้เจิ้นกั๋วนั่นเอง
ใคร ๆ ต่างก็แสดงฝีมือกันทั้งนั้น มีแต่กู้เจิ้นกั๋วที่โดนอัดอยู่ฝ่ายเดียว
แม้แต่หลินเซี่ยงหนานยังรู้ว่าจุดอ่อนของคู่สามีภรรยากู้โฉ่วนีคือลูกชายคนโต แล้วสวีเสี่ยวตงจะไม่รู้ได้อย่างไร? เพราะงั้นถึงผู้ชายที่โดนอัดจะเป็นสามีตัวเอง เธอก็ยังลงมือ
แต่บนตัวคนตระกูลกู้ยังมีแผลเก่าจากฝีมือพวกหลินเซี่ยงหนานอยู่ คนของบ้านสวีจึงยั้งมือเวลาทำร้ายคน ส่วนใหญ่ตั้งใจทุบข้าวของกันเสียมากกว่า
