พูดได้แค่ว่าตระกูลหูกับตระกูลกู้สมกับเป็นเพื่อนบ้านกันมาสองสามสิบปีจริง ๆ ลงมือทีไรก็เล่นงานได้ตรงจุดทุกที
บ้านที่มีชื่อเสียงดี ต่อให้ไม่มีญาติมาช่วย อย่างน้อยเพื่อนบ้านกับมิตรสหายก็ต้องมาช่วยกันคนละไม้ละมือ
ถ้ากู้เจิ้นหัวอยู่บ้าน คนนอกกล้ามาหาเรื่อง แค่เขาตะโกนเรียกทีเดียวก็มีพี่น้องมาช่วยไม่น้อย
ส่วนสองสามีภรรยากู้ฟู่เกินน่ะหรือ ไม่มีมนุษยสัมพันธ์แบบนั้นหรอก เพราะพวกเขาทำให้เพื่อนบ้านในลานบ้านขุ่นเคืองกันไปหมดแล้ว
บ้านไหนในลานบ้านมีของดี ๆ กิน กู้ฟู่เกินก็แทบจะถลาเข้าไปขอกินด้วย แถมยังชี้นิ้ววิจารณ์ผู้หญิงบ้านอื่นที่เก่งกาจ บอกว่าพวกหล่อนไม่ได้รับการอบรมมาให้ดี ส่วนกู้โฉ่วนียืมข้าวสารคนอื่นไปหนึ่งชาม พอคืนกลับคืนแค่ครึ่งชาม ยืมเงินไปก็ต้องทวงอยู่นานกว่าจะได้คืน
อีกอย่าง คนอื่นยืมเงินไปซื้อสิทธิ์เข้าทำงานหรือจัดการเรื่องสำคัญอย่างแต่งงาน แต่เหตุผลที่กู้โฉ่วนียืมเงินคือ สามีอยากกินนมมอลต์แล้ว สามีอยากได้เสื้อผ้าใหม่แล้ว...
ใครจะอุตส่าห์ทำงานหาเงินแทบตาย เพื่อให้คนอื่นได้สุขสบายกันล่ะ?
คนรู้จักพอยืมเงินไปสองสามครั้ง ก็ไม่มีใครอยากข้องแวะกับตระกูลกู้อีก
เพราะอย่างนี้ พอตระกูลกู้ถูกทุบข้าวของ กู้โฉ่วนีอยากยืมเงินไปซ่อมของในบ้าน ก็ไม่มีใครยอมให้ยืม
“ขอยืมสัก 20 หยวนไปแก้ขัดก่อน เดือนหน้าได้เงินเดือนแล้วจะคืน”
คนที่ถูกถามไม่แม้แต่จะคิดหาข้ออ้าง ตอบกลับตรง ๆ ว่า “ไม่มีเงิน ไม่ให้ยืม ไปหาคนอื่นเถอะ”
กู้โฉ่วนีออกไปเดินถามคนข้างนอกอยู่รอบหนึ่ง พอกลับมาก็ยังยืมเงินไม่ได้สักหยวน
